ขนาดตัวอักษร

GLD ตอนที่ 10 การหารายได้

 131 Views

ในห้องนอน

ตอนนี้เซียะปิงนั่งขัดสมาธิบนเตียง หลังจากที่กินเนื้อหมีเปลวเพลิงเขาก็รีบโคจรวิชาหยางบริสุทธิ์ไม่ดับสูญ พลังลมปราณที่ไหลออกมาจากกระเพาะ ไหลเวียนไปทั่วร่างกายและจุดตันเถียน

“อืมดีแล้วสมกับที่เป็นเทคนิคการเพาะบ่มระดับสูง”

หลังจากที่ฝึกฝนไปได้หนึ่งวัน เซียะปิงลืมตาขึ้นเขารู้สึกถึงแสงสว่างของพลังลมปราณที่แข็งแกร่งที่อยู่ในร่างของเขา เขาสูดลมหายใจเนื้อหมีเปลวเพลิงก็เขาไปหล่อหลอมกลายเป็นพลังงานในร่างของเขา

ต้องรู้ไว้ก่อนหากเขาฝึกเทคนิคเพาะบ่มธรรมดา เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใช้เวลาปรับแต่งร่างกายเสร็จ เขาจะไม่อาจจะกักเก็บพลังงานทั้งหมดเอาไว้ได้มันจะถูกขับออกมาครึ่งหนึ่ง

เซียะปิงเพาะบ่มวิชาหยางบริสุทธิ์ไม่ดับสูญ เขารู้สึกว่ากระเพาะอาหารของเหมือนกับเตาหลอมที่ดูดซับสิ่งดีๆ จากเนื้อมอนสเตอร์ แล้วดึงเอาสิ่งสกปรกออกไป

นี่คือเทคนิคการเพาะบ่มระดับสูง เพียงแค่การดูดซับพลังงานเพียงอย่างเดียวเทคนิคธรรมดาก็ไม่อาจที่จะเทียบกันได้

“น่าเสียดายที่เนื้อหมีเปลวเพลิงน้อยไปหน่อย หากมีมันมากกว่านี้หน่อยเขาคงใช้เวลาครึ่งเดือนกลายเป็นผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่ห้าแล้ว” เซียะปิงกำหมัด

หากเขากินเนื้อหมีเปลวเพลิงทุกวัน กินได้อย่างไม่จำกัดจำนวน เขาเชื่อว่าระดับการฝึกฝนของเขาจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว สามารถผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่ห้า เมื่อถึงตอนนั้นการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำก็ไม่ใช่ปัญหา

เนื้อหมีเปลวเพลิงมีราคาแพงมาก หกร้อยเหรียญรัฐบาลกลาง ครอบครัวของเขาไม่อาจจะมีปัญญาซื้อมันได้

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมลูกหลานคนรวยจะมีแต่คนที่มีพรสวรรค์ ทุกคนฝึกฝนได้อย่างรวดเร็วเพราะมีทรัพยากรในการฝึกฝน เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมีความสามารถห่างไกลจากนักเรียนธรรมดา” เซียะปิงพูดออกมา

ในโรงเรียนลูกคนรวยจะดูถูกนักเรียนธรรมดา พวกเขาได้กินเนื้อมอนสเตอร์ทุกวัน แม้ว่าเทคนิคทางด้านการต่อสู้ของพวกเขาจะไม่แข็งแกร่ง

นักเรียนธรรมดาทำได้เพียงแค่ดูดซับพลังลมปราณจากฟ้าดิน ธรรมดาแล้วมันมีอยู่น้อยมาก นี่คือความแตกต่างกัน เวลาผ่านไปความแตกต่างกันจะเริ่มทิ้งห่างกันไปเรื่อยๆ

“หากใช้แต้มที่ได้จากความเกลียดชังอาจจะแลกเปลี่ยนเป็นยาทิพย์ที่ดีที่สุดได้” ดวงตาเซียะปิงมีแสงสว่างส่องออกมาจากแววตา ในโรงเรียนลานประลองมังกรเหินหาว เขาได้รับแต้มความเกลียดชัง 220 แต้มมาก่อน

นักเรียนที่อยู่รอบๆ เขามีอยู่อย่างมากมาย ในตอนนั้นเขาน่าจะได้ค่าความเกลียดชังอย่างมากมาย

“แต่แต้มความเกลียดชังพวกนี้ยังคงมีน้อยเกินไป จะต้องใช้เหล็กที่ดีที่สุดในตอนที่ตีมีด (รอคอยโอกาสที่ดีที่สุด) เป็นไปไม่ได้ที่จะใช้แต้มความเกลียดชังทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นศัตรูของคนทั่วๆ ไป มันจะกลายเป็นดาบสองคนที่ต้องระวังเอาไว้”

ตอนนี้เซียะปิงกำลังคิดอะไรเหมือนกับหมดหนทาง “ตอนนี้ดูเหมือนกับว่าจะต้องหาเงิน ไม่มีเงินก็ไม่ต้องพูดถึงยาทิพย์ เนื้อมอนสเตอร์ ไม่อาจจะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็ว”

หาก่อนหน้านี้เขาเป็นนักเรียนธรรมดา เขาอาจจะเห็นด้วยกับพ่อกลายเป็นผู้ดูแลการค้าขายในเมือง มันไม่ได้เป็นชีวิตแย่ๆ แต่มันก็ยังคงเป็นชีวิตที่เบาสบายๆ และมีความสุข

แต่ในตอนนี้เขามีความทรงจำที่ได้หล่อหลอมรวมกับความทรงจำในโลกเดิม มีระบบที่น่าอัศจรรย์อยู่ ในตอนนี้นี้เขาอยากจะเห็นตัวของเขาเองเป็นผู้ฝึกตนขั้นสูงสุด

“แต่จะหาเงินได้ยังไง? ”

เซียะปิงกังวลอย่างมาก เขาเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เพิ่งได้รับเทคนิคการเพาะบ่มระดับสูง ตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่สี่ แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะออกไปหางานทำ

ไปทำงานแต่ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรเลยเป็นไปไม่ได้ ออกไปล่ากับฆ่ามอนสเตอร์ ด้วยระดับการฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่สี่ ก็เป็นเพียงอาหารของพวกมันเท่านั้น หากหางานทำนอกเวลาได้ แต่ก็ไม่อาจจะทำให้ได้เงินก่อนใหญ่ๆ เลย มันไม่อาจจะตอบสนองต่อการเป็นผู้ฝึกตนได้

“ใช่แล้วต้องเขียนนวนิยาย”

ดวงตาของเซียะปิงส่องสว่างขึ้นมาทันที “ดาวเหยียนฮวงมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีล้ำหน้าโลก ยิ่งไปกว่านั้น นักเขียนนวนิยายชั้นนำยังมีรายได้จากการเขียนนวนิยายหลายพันล้านเหรียญรัฐบาลกลางต่อปี ไม่น้อยไปกว่าผู้ฝึกตนในระดับสูง เขาเห็นว่าการเขียนนวนิยายมีอนาคตที่สดใสอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านี้โลกใบนี้ยังไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ยังมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในอัตราสูง ทำให้จำนวนอุตสาหกรรมนวนิยายเจริญเติบโตอย่างมาก”

เขายังคงมีความทรงจำบนโลก เขามองไปที่กองนวนิยายนับไม่ถ้วน เพราะความทรงจำที่หลอมรวมเข้ากัน ทำให้เขาจำนวนิยายได้อย่างชัดเจนอย่างไม่มีปัญหา ทำให้เขาจำนวนิยายได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ

ตอนนี้เขาคิดแล้วว่าจะเขียนนวนิยาย แต่เขามีปัญหามีนวนิยายอยู่หลายประเภท นิยายคลาสสิก ชีวิตในเมือง แนวจินตนาการเพ้อฝัน กำลังภายใน วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โรแมนติก และอีกหลายๆ อย่าง

“นวนิยายแฟนตาซีกับนวนิยายกำลังภายในทั้งสองอย่างนี้ไม่ดีแน่ๆ ”

เซียะปิงลบนิวนิยายทั้งสองประเภทนี้ออกทันที โลกนี้เป็นโลกของผู้ฝึกตน นวนิยายแฟนตาซีกับนวนิยายกำลังภายในมันไม่ใช่แค่จินตนาการมันคือความจริง

ยิ่งไปกว่านั้นโลกใบนี้มีนวนิยายกำลังภายในเป็นกองๆ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสวรรค์ในดาวเหยียนฮวง

นวนิยายในเมืองก็ไม่จำเป็น ดาวเหยียนฮวงและโลกไม่ใช่โลกเดียวกัน นิยายแนววิทยาศาสตร์ก็ใช่ไม่ค่อยได้

ประวัติศาสตร์และเรื่องโรแมนติกไม่ได้อยู่ในความคิดของเขา

เรื่องสยองขวัญก็ดีแต่มันคงเอามาใช้ในโลกใบนี้ไม่ค่อยจะได้

“หรือว่าจะไม่เขียนนิยายดี? ไม่การเขียนนิยายเป็นสิ่งที่ดีโดยไม่ต้องสงสัยเลย” เซียะปิงให้กำลังใจตัวเอง “นิยาย18+ ใช่แล้วฉันจะเขียนนิยาย18+”

นิยาย18+ ถ้าพูดภาษาบ้านๆ คือนิยายโป๊นั้นเอง

นิยายเหล่านี้ถูกห้ามเผยแพร่ในจีน ไม่อาจจะเผยแพร่ลงเน็ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรู้จะต้องถูกจับทันที

ทางเน็ตเท่านั้น

แน่นอนมันทำได้ยาก

นักเขียนนิยายจะโดนจับเข้าเรือนจำ มีสถานะที่น่าสงสาร แต่มีบางคนที่แอบเขียน เรียกว่าต้นฉบับในเรียนจำ

เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลามืดหม่น พรสวรรค์ของคนที่จะอธิบายวิธีร่วมรักถูกอธิบายเหมือนกับคัมภีร์

“ใช่แล้วต้องเขียนนิยาย18+”

เซียะปิงกำหมัดแน่น “แม้ว่าจะต่างโลก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนาเท่าไหร่ แต่มนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ นวนิยายนี้สามารถขายได้เหมือนไฟล่ามทุ่งบนดาวเหยียนฮวงได้”

นอกจากนี้ที่สำคัญ บนดาวเหยียนฮวงไม่ได้ห้ามนวนิยายเหล่านี้ เพียงแต่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปีเท่านั้นที่ถูกห้ามไม่ให้ดู

“ต้องเขียนนิยายโป๊หาเงินแล้ว”

ดวงตาเซียะปิงเหมือนเห็นแสงสว่างของพระเจ้า เขากำหมัดในที่สุดเขาก็พบหนทางแล้ว

แต่เริ่มแรกนิยาย18+ เป็นนิยายที่มีมานานแต่โบราณ มันกลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่มาจากพระเจ้า

ใช่แล้วเขาจะเขียนเรื่องครูไป๊หรง เซียะปิงนึกถึงนวนิยายจีนแนว18+ เป็นหนังสือที่เขาใช้ทิชชู่ไปมากมายในคืนวันเหงาๆ แน่นอนมันคือหนังสือแห่งเทพจริงๆ

หากนวนิยายเล่มนี้ไม่ประสบความสำเร็จคงไม่มีเล่มไหนประสบความสำเร็จอีก

 

นิยายทั้งหมด


Top
error: