ขนาดตัวอักษร

GLD ตอนที่ 8 อีกไม่นานจะต้องมีคนมาจัดการแกแน่ๆ

 136 Views

หมัดห้ากระบวนท่า กระบวนท่าแรกท่า เสืออำมหิตบ้าคลั่งทะยานออกมา

หลังจากที่หมีทรราชถูกครูพาตัวไปรักษาตัวที่ห้องพยาบาลแล้ว นักเรียนที่อยู่รอบๆ ก็รู้สึกแปลกใจ

“ไม่มีทาง เป็นความจริงเหรอที่หมีทรราชจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเด็กบ้านั้น โดนชกสองหมัดก็เหมือนหมาตายแล้ว เขาเป็นการฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่สามจริงเหรอ? ”

“ไม่ได้ยินที่คุณครูพูดเหรอ? เจ้าเด็กบ้านั้นเป็นผู้ฝึกตนขั้นนักรบสวรรค์ขั้นที่สี่แล้ว”

“แต่หมีทรราชเป็นผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่ห้า ยังไงหมีทรราชก็ยังคงแข็งแกร่งกว่า”

“ใช่มันเป็นเรื่องจริง แต่เจ้าเด็กบ้านั้นมีทักษะการต่อสู้ที่น่ากลัวมาก หมัดกับเท้าของเขาพุ่งออกมาไม่หยุด เหมือนเสือลงมาจากดินแดนใต้ภูเขาเพื่อที่จะกลืนกิน”

“ฟังที่คุณครูว่าทักษะการต่อสู้ของมันบรรลุถึงความสมบูรณ์แล้ว พลังของมันจึงไม่อาจจะประเมินได้ หากเป็นแบบนี้ไม่แปลกที่หมีทรราชจะแพ้เอาง่ายๆ ”

“ทักษะการต่อสู้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ เป็นเรื่องยากที่นักเรียนอย่างพวกเราจะฝึกฝนถึงขั้นนั้นได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนที่น่ากลัวไป”

“ไม่แน่ เจ้าเด็กเปรตนี่อาจจะแกล้งทำตัวเป็นหมูกินเสือ”

นักเรียนหลายคนต่างคุยกันด้วยความตกใจ พวกเขาคิดว่าเซียะปิงจะต้องพ่ายแพ้ไป แต่กลายเป็นหมีทรราชแพ้ไปอย่างง่ายดายเหมือนหมาตาย

คนธรรมดาไม่อาจจะเชื่อว่านักเรียนปีสามห้องที่สิบหกอย่างเซียะปิงจะทำเรื่องแบบนี้ได้

แค่นักเรียนในชั้นเรียนธรรมดาก็แทบที่จะไม่อยากเชื่อ ไม่เข้าใจเจ้านี่แข็งแกร่งตั้งแต่เมื่อไหร่มันดูผิดปกติอย่างมาก

“นี้ๆ ”

เจียงหย่าหรูท่าทางกลายเป็นโง่งม แต่เดิมเธอเตรียมตัวพาเซียะปิงไปโรงพยาบาล ใครจะคิดว่าเขาเอาชนะมาได้ และหมีทรราชต้องเข้าโรงพยาบาลไปแทน

เจ้าคนนี้ในที่สุดก็ทะลวงเข้าสู่ผู้ฝึกฝนสวรรค์ขั้นที่สี่ หมัดห้ากระบวนท่าก็บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ ในตอนนี้เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเซียะปิงเลย

“เรื่องมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ” เหลียงเสี่ยวเสว่ตกใจมากกับท่าทางของเซียะปิงที่แสดงออกบนเวที มันน่ากลัวมากๆ คนธรรมดาอย่างเธอไม่รู้จักทักษะที่น่ากลัวแบบนี้เลยแม้แต่น้อย

หากเป็นเธอยืนอยู่บนเวที กลับกันเธอไม่สามารถสู้กันกับหมีทรราชได้ เจ้าคนนี้รู้อยู่แล้วเหรอ? ท่าทางของเธอน่าเกลียดมากเมื่อมองมาที่ตัวของเธอเอง ท่าทางของเธออึดอัดมากราวกับว่าเธอถูกคนทำร้าย

“ไม่ดีแล้ว มันต่างจากที่คาดเอาไว้”

เมื่อเห็นว่าหมีทรราชโดนขยะเตะบนเวที กั้วว่านกับหยางเว่ยหน้าเขียวไปแล้วครึ่งหนึ่ง เหมือนเอาฝ่ามือกลับมาชกตัวเอง พวกเขาพนันกับสวะนี่ไม่ใช่ว่าแส่หาความตายด้วยตัวเองหรือไง?

มันคงจะดีหากเซียะปิงแพ้หมีทรราช พวกเขาสัญญาว่าจะให้แก้ผ้าวิ่งรอบโรงเรียนสามรอบ เขาจะได้โด่งดังและจะได้เป็นตัวตลกไปทั้งโรงเรียน

มันจะเลวร้ายหากถูกตำรวจพบเข้า เขาจะต้องโดนตำรวจจับกุมตัวหลายวัน

“หยางเว่ย กั๊วว่าน”

เซียะปิงที่ยืนอยู่บนเวที มองไปที่ทั้งสองคนด้วยท่าทางสงสารแล้วพูดว่า “ข้าสู้แล้ว ตอนนี้รางวัลที่ชนะ พวกเจ้าจะต้องแก้ผ้า”

โห่ๆ ๆ

นักเรียนที่อยู่ด้านล่างเวทีพุ่งความสนใจไปหาเว่ยหยางกับกั้วว่านทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เซียะปิงความจริงพวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน นี่เป็นแค่เรื่องตลก เราแก้สัญญากันเถอะไม่อย่างนั้นมันจะไม่ดีนะ” กั๊วว่านกัดฟันพูด

เซียะปิงพูดออกมาเบาๆ ว่า “เจ้าอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่ทำสัญญากันแล้ว หากปฏิเสธหมายถึงไม่ตามสัญญา”

หยางเว่ยกับกั๊วว่านสีหน้าเปลี่ยนไป หากเซียะปิงยื่นคำร้องไปที่ศาล ความน่าเชื่อถือของพวกเขาก็จะหายไป หากตอนนั้นจะเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ก็เป็นเรื่องยาก

พวกเขาพูดออกมาเอง ตอนนี้พวกเขานั่งไม่ติดแล้ว

มหาวิทยาลัยดีๆ ก็ยังคงมีการคัดเลือกมากมาย หากไม่เป็นนักเรียนที่มีความน่าเชื่อถืออีกก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไป เจ้าสารเลวนี่จะทำลายอนาคตของพวกเขา

“เซียะปิงนี่มากเกินไปแล้วนะ” หยางเว่ยกัดฟันพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ

เซียะปิงหัวเราะเยาะเย้ย “ข้าทำมากเกินไป หากเป็นเจ้าก็จะทำแบบเดียวกับข้า”

หากเขาแพ้เดิมพันสองคนนั้นจะเมตตาปล่อยเขาไปเหรอ? ไม่มีทางแม้แต่ใครๆ ก็รู้

“เจ้า”

หยางเว่ยกับกั๊วว่านโกรธแทบตาย แต่พวกเขาไม่มีทางเลือก

“เซียะปิงเกินไปแล้วเพื่อนร่วมชั้นทุกคนกำลังอยู่รอบๆ เจ้าไม่รู้เหรอไง? ” นักเรียนมากมายที่ออกมาดูพูดให้ความเป็นธรรม

“นี่เป็นเรื่องเล็กๆ อย่าคิดอะไรมาก”

“ทุกคนมั่นใจว่าจะต้องได้เห็น พวกเราอย่าขัดแย้งกัน”

“ใช่แล้ว พวกเราจะปิดบังเรื่องนี้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

กลุ่มนักเรียนพูดสนับสนุน

หยางเว่ยกับกั๊วว่านรู้สึกภูมิใจมากที่มีคนพูดช่วยเหลือ พวกเขาสองคนโกรธมาก ตอนนี้พวกเขาไม่ก้มหัวยอมรับก็ไม่ได้

“หุบปาก”

เซียะปิงกวาดตามองไป “หากเจ้าต้องการที่จะทำเพื่อพวกเขาก็ไปสู้ความสามารถกันเวทีมังกรเหินหาว หากเจ้าชนะข้า ข้าจะฟังที่พวกเจ้าพูด หากไม่ก็ต้องทำตามที่พูด”

คนส่วนมากในตอนนี้รู้สึกไม่ค่อยจะดี เห็นได้ชัดเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาไม่รู้อะไรทำเป็นใจกว้าง ไม่รู้ไส้รู้พุงอะไร อีกไม่นานพวกเขาจะต้องเดือดร้อนเพราะเสือกเรื่องชาวบ้านแน่ๆ

“นี่นี่”

นักเรียนพวกนี้โกรธไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง ความรู้สึกภายในของพวกเขารู้สึกหดหู่ หมีทรราชยังไม่ใช่คู่ต่อสู้เจ้าสารเลวนี่ พวกเขาจะกลายเป็นอาหารยกให้เจ้าสารเลวนี่เหรอ

“ไอ้เวรนี่อวดดีเกินไป”

“คิดว่าเอาชนะหมีทรราชแล้วจะอยู่รอดในโลกแห่งการต่อได้เหรอ? ”

“แค่หลงกับความสำเร็จเล็กๆ ไม่นานก็จะมีคนเข้ามาจัดการแกเอง”

นักเรียนมากมายตะโกนดังออกมา เสียงตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

เมื่อได้ยินเสียงนักเรียนร้องตะโกนเซียะปิงไม่ได้โกรธ เขารู้สึกมีความสุขมาก เขาได้ยินเสียงแห่งระบบดังออกมา “แต้มความเกลียดชัง+1 แต้มความเกลียดชัง+1…..”

คำพูดที่พูดออกมาทำให้เขาได้รับแต้มความเกลียดชังเพิ่มมากขึ้น นี่เป็นผลดีกับเขาอย่างมาก

แต้มความเกลียดชังดูเหมือนกับว่าจะน้อยไปหน่อย เซียะปิงเอามือลูบคางเขาต้องหาทางเพิ่มแต้ม เขามองไปที่หยางเว่ยกับกั๊วเว่ย แล้วตะโกนออกไปว่า “ยังรออะไรอีกละ ข้าอยากจะดูการแสดงดี ข้าจะไม่ทำลายสัญญาหรอกนะ ทำอย่างที่ปากพูดออกมาสิ พวกเจ้าไม่มีความกล้าเลยก็แค่เปลือยกายวิ่งไปมาเอง ทำไม่ได้ก็คราวหน้าอย่าพูดออกมาละ”

เขาใช้แผนนี้ทำให้นักเรียนคนอื่นๆ มองเขาด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ

ไอ้สารเลว

กั๊วเว่ยกับหยางเว่ยโกรธมากจนอยากจะกัดเจ้าคนนี้ให้ตายไป แต่พวกเขาสัญญาไปแล้วจึงไม่อาจที่จะทำอะไรได้ พวกเขาไม่ใส่ใจไม่ได้เพราะมันเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา

“เซียะปิงนี่มันหยิ่งยโสเกินไปแล้วนะ”

“แค่ประสบความสำเร็จเล็กๆ ทำเป็นหยิ่งไปได้”

“เจ้าคนชั่วนี้สักวันจะต้องถูกสาปแช่ง”

“เจ้าคนน่าขายหน้า เจ้าคนนี้สารเลวกว่าหมีทรราชร้อยเท่า”

เหล่านักเรียนโกรธจนแทบที่จะบ้า พวกเขามองไปที่เซียะปิงด้วยความโกรธ

“ได้ผลดีเห็นทีข้าต้องทำบ่อยๆ ” เซียะปิงภูมิใจอย่างมาก เมื่อได้ยินแต้มความเกลียดชังที่เพิ่มขึ้นโดยไม่สนใจบรรยากาศที่อยากจะฆ่าเขาที่อยู่รอบๆ ตัว

นิยายทั้งหมด


Top
error: