ขนาดตัวอักษร

GLD ตอนที่ 5 เป็นไปไม่ได้

 150 Views

เกือบจะถึงคาบเรียนในตอนบ่าย เซียะปิงออกมาจากห้องใต้หลังคา เขาเดินไปที่ชั้นปีสามห้องที่สิบหก ใกล้ถึงเวลาสอนแล้ว มีคนสองคนมาขวางเขาไว้

 

เขามองไปที่ร่างของผู้หญิงสองคนที่มาขวางทางเขา เธอเป็นสาวงาม สูง154 เซนติเมตร เธอสวมเสื้อผ้าราคาแพงที่เป็นแบรนด์ชั้นนำ มีกลิ่นอายสูงศักดิ์ออกมา นี่ทำให้เห็นว่าเธอมีฐานะดีมาก

 

เซียะปิงจำผู้หญิงคนนี้ได้ มีชื่อว่า เหลียงเสี่ยวเสวี่ย เป็นเด็กสาวสวยสมบูรณ์แบบในชั้นเรียน ดวงตามองเขาหัวจดเท้า เธอไม่เคยสนใจนักเรียนในชั้น เขาเคยคุยกับเธอไม่กี่ครั้ง

 

แต่นางมีรูปร่างที่สวยงาม เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ร่างกายส่วนบนมีสัดส่วนที่น่าอัศจรรย์อย่างน้อยก็น่าจะเป็นคัพดี ท่อนล่างของเธอสวมกางเกงยีน เผยให้เห็นขาเรียวงาม เท้าทั้งสองข้างสวมรองเท้ากีฬาสีขาว

 

อีกคนหนึ่งเป็นหัวหน้าชั้นห้องที่สิบหกชั้นปีสามเจียงหย่าหรู่เป็นดอกไม้ที่งดงามในชั้น เธอเป็นที่ชื่นชอบของคนมากมายในโรงเรียน และยังมีพรสวรรค์ในการฝึกตนอย่างน่าอัศจรรย์ เธอเป็นตัวตนระดับเทพธิดา ถูกคนนับไม่ถ้วนตามจีบอยู่

 

นอกจากนี้เธอกับเซียะปิงยังเป็นเพื่อนบ้านในสมัยเด็กด้วยกันอีก

 

“เซียะปิง ได้ยินว่าเจ้าจะไปสู้กับหมีดำทรราชในเวทีประลองมังกรเหินหาว? ” เจียงหย่าหรูมองมาที่บู่ฟง

 

เซียะปิงพยักหน้า “ใช่”

 

“แล้วเจ้าจะจัดการยังไงกับหมีทรราชในเวทีประลองมังกรเหินหาว? “

 

ดวงตาเจียงหย่าหรู่มองมาที่เซียะปิง ท่าทางของนางดูเคร่งเครียด “เจ้ารู้ไหมหมีทรราชไม่ใช่คนดี? เขาอยู่ในระดับผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่ห้า เขามีความแข็งระดับศักดิ์สิทธิ์ เขามีเทคนิคการต่อสู้อยู่ในระดับกลางอีกด้วย หมัดสายฟ้าหมีทรราช ความแข็งแกร่งของเขาแม้แต่ผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่หกเขาก็ยังต่อสู้ได้

 

ตอนนี้เจ้ายังอยู่ในระดับผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่ สาม จะขึ้นไปประลองบนเวทีประลองมังกรเหินหาว เจ้าจะเป็นกระสอบทรายให้ฝ่ายตรงข้ามหรือไง? เจ้าอย่าโง่รีบยอมแพ้เสียดีกว่าไปต่อสู้โง่ๆ “

 

“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร” เซียะปิงพูด

 

เจียงหย่าหรูมองมาที่เซียะปิงแล้วพูดออกมาด้วยความโกรธ “เจ้าไม่เข้าใจ อย่าเอาความรู้สึกของคนอื่นๆ มาครอบงำตัวเจ้า หากเจ้าต่อสู้เจ้าก็จะกลายเป็นตัวโง่เง่าต่อหน้าคนอื่นๆ

 

เจ้าต้องรู้ตัวเอาไว้เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหมีทรราช เจ้าขึ้นไปบนเวทีประลองมังกรเหินหาวเจ้าจะอยู่ได้หนึ่งลมหายใจเหรอ?

 

แม้ว่าเจ้าจะขึ้นไปบนเวทีประลองมังกรเหินหาวแล้วไม่ตาย แต่เจ้าต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสจากหมีดำทรราช เจ้าต้องไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาอย่างฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาลมันไม่ได้ถูกเลยเจ้าจะเพิ่มภาระให้ท่านลุงกับท่านป้าเหรอ? “

 

นางรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเซียะปิงดี เขาเป็นคนธรรมดาค่ารักษาตัวของเขาต้องมีราคาแพงอย่างมาก

 

“เจ้าคนนี้มันไม่ใช่คนที่มีความสามารถอะไรหรอก เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้กับคนอื่นๆ แต่ยังคงปากแข็งยืนกรานต่อสู้ คนแบบนี้ไม่ใช่ว่าดูดี แต่เรียกว่าโง่”

 

เหลียงเสี่ยวเสวี่ยมองไปด้วยเซียะปิงด้วยท่าทางที่เกลียดชัง เจ้าคนคนนี้ไม่ได้มีฝีมือเลยแม้แต่น้อย เธอรู้สึกเกลียดคนคนนี้มาก แต่ไม่รู้ทำไมเพื่อนของเธอต้องห่วงใยเจ้าคนนี้

 

“เจ้าไม่ต้องมายุ่งกับธุระของคนอื่นๆ เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้” เซียะปิงโบกมือให้เจียงหย่าหรู่แล้วเดินตรงไปที่ห้องเรียน

 

เจียงหย่าหรูไม่รู้ว่าวันนี้เขาได้วิชาหยางบริสุทธิ์ไม่ดับสูญ ไม่นานมานี้เขากลายเป็นผู้ฝึกฝนระดับนักรบสวรรค์ขั้นที่สี่ แล้วฝึกฝนเพลงหมัดห้ากระบวนท่า ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นมามากพอที่จะบดขยี้หมีทรราช

 

แต่ทำไมเขาต้องบอกเรื่องนี้ คนอื่นๆ ใครจะไปเชื่อหากไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าทั้งหมดนี่เป็นความจริง

 

“เซียะปิง” เจียงหย่าหรูมองมาที่ด้านหลังของเซียะปิง เธอขัดขวางเขาไม่ได้เธอจึงโกรธเอามากๆ

 

เหลียงเสี่ยวเสวี่ยพูดออกมาด้วยความเย็นชาว่า “หย่าหนู่เจ้าจัดการเจ้าคนคนนี้เถอะ เจ้าขยะที่คงจะเสียความแข็งแกร่งและลำบากมากกว่านี้หากหมีทรราชทำให้เขาต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาลในห้องฉุกเฉิน จนถึงตอนนั้นเขาจะได้รู้ว่าเขาสำคัญตัวเองผิด”

 

“แต่หากเขาบาดเจ็บข้าจะไปพูดกับท่านป้าหวงได้ยังไง” เจียงหย่าหรู่พูดออกมาด้วยความกังวล

 

เหลียงเสี่ยวเสวียโบกมือให้ “เจ้าก็บอกว่าหากเจออีกฝ่ายหนึ่งเขาจะมีสภาพน่าสังเวชยิ่งกว่าเดิม เขาไม่ฟังเลยจะไปหาฝ่ายตรงข้ามเท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ ไปเจอฝ่ายตรงข้ามยิ่งไม่มีสภาพน่าสังเวชยิ่งกว่าเดิมเหรอ? “

 

“ลืมไปเถอะ เราไม่อาจจะทำแบบนั้นได้” เจียงหย่าหรู่พูด เพราะทั้งสองฝ่ายตัดสินใจแล้วว่าจะขึ้นไปต่อสู้บนลานประลองเหินหาวทุกคนในโรงเรียนก็รู้

 

“ดี รีบเข้าเรียนกันเถอะ เรื่องอื่นๆ ไม่ต้องกังวล รีบไปจากที่นี่เถอะ” เหลียงเสี่ยวเสวี่ยดึงเจียงหย่าหรูเข้าไปที่ห้องเรียน

 

ในเวลานี้เซียะปิงก็เดินเข้ามา

 

เสียงซุบซิบดังไปทั่ว

 

สายตาของคนทั้งห้องเรียนมองไปที่เซียะปิง พวกเขาเต็มไปด้วยความสงสัยเจ้าคนนี้กล้าขึ้นไปบนเวทีประลองเหินหาวสู้กับหมีทรราช

 

ใครบ้างไม่รู้จักหมีทรราช เขาเป็นคนโหดร้าย นิสัยเสีย หยิ่งยโส เอาแต่ใจ แต่ด้วยความแข็งแกร่งที่โหดร้ายของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมาซ่ากับเขา แต่เจ้าคนนี้กล้าซ่าไปท้าสู้กันตัวต่อตัว

 

แน่นอนเจ้าคนนี้เป็นนักเรียนธรรมดา ผลการเรียนไม่ได้ดีอะไรในชั้นเรียน แต่เรื่องนี้สะเทือนสวรรค์สะเทือนโลก?

 

“เซียะปิง ได้ยินว่าเจ้าวางแผนจะสู้กันกับหมีดำทรราช? เจ้าจะมีโอกาสเอาชนะเหรอ? ” นักเรียนชายคนหนึ่งถาม

 

ใกล้ๆ กันกั๊วว่านที่อยู่ข้างหลังเซียะปิงเขาเองโกรธมากจึงกัดฟันพูดจาถากถางออกมา “คนที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวง ระดับการฝึกฝนของเขาสูงส่งน่ากลัว คนอย่างหมีทรราชคงโดนเขาต่อยร่วง”

 

“เซียะปิงเจ้าวางแผนจะสู้กับหมีทรราชยังไง? เจ้ามีโอกาสเอาชนะเขาไหม? ” นักเรียนชายคนหนึ่งถาม

 

ใบหน้าเขามองไปเซียะปิงอย่างหัวเราะเยาะเย้ย ใครก็รู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องตลก

 

นักเรียนหลายคนในห้องมองมาที่เซียะปิงแล้วหัวเราะออกมาพวกเขามองเซียะปิงเป็นแค่ตัวตลก

 

“เอ๊า ทุกคนอย่างหัวเราะเยาะเซียะปิงสิ”

 

หยางเว่ยยืนขึ้น ท่าทางของเขาเหมือนกับคนดี “ทุกคน คนคนนี้กล้าท้าทายหมีทรราชด้วยความกล้าหาญที่ทรงเกียรติ ข้าไม่ได้มีความกล้าหาญเท่าเขาแม้แต่น้อย ข้าคนหนึ่งละอายใจนัก”

 

กั่วเว่ยกระโดดขึ้น “เจ้าต้องรู้ด้วย โอกาสที่เจ้าจะชนะไม่มีแม้แต่หนึ่งในสิบล้าน เจ้าเองต้องรู้ขีดจำกัดของเจ้ามากกว่าใคร เจ้าจะเข้ามหาลัยเหยียนฮวง โดยไม่คิดจะสู้กับหมีทรราชเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?

 

เจ้ามันก็แค่ผู้ฝึกฝนระดับนักรบสวรรค์ขั้นที่สามเท่านั้น จะเข้ามหาลัยชั้นสามยังยาก ยังคิดจะเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวงอีก เจ้าตื่นจากฝันกลางวันเถอะ ปลาเน่ายังไงก็เงยหัวขึ้นมาไม่ได้”

 

เซียะปิงโบกมือให้กับคนที่สนใจเรื่องนี้

 

“ข้าจะเข้าทดสอบมหาลัยเหยียนฮวงแล้วล้มหมีทรราชแล้วไง น่าเบื่อจริงพวกยุ่งเรื่องชาวบ้าน”

 

เมื่อเห็นท่าทางเซียะปิงยังคงสงบนิ่ง กั้วว่านโกรธมันมองเขาเป็นหมาแทบที่จะไม่เห็นหัว สารเลว

 

เขากลอกตาแล้วยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย แล้วพูดว่า “เจ้ามั่นใจเจ้ากล้าพนันกับเราไหม? “

 

นักเรียนคนอื่นๆ หัวเราะ

 

“เจ้ากล้าพนันไหม? “

 

เซียะปิงปรายตามองไปที่กั๊วว่านกับหยางเว่ย

 

“พนันอะไร? ” เซียะปิงมองเขา

 

กั๋วว่านพูด “หากเจ้าแพ้ เจ้าต้องแก้ผ้าวิ่งไปมารอบโรงเรียนสามรอบ หากเราแพ้พวกเราจะวิ่งรอบโรงเรียนสามรอบเจ้ากล้าพนันกับพวกเราไหม? “

 

“จะไม่เป็นไรเหรอ? ข้าจำได้ว่าร่างกายเจ้าเสื่อม คนอื่นๆ จะไม่คิดว่าเจ้าเป็นสาวเหรอ? ” เซียะปิงมองดูหยางเว่ยกับกั๊วว่านด้วยท่าทางที่เป็นห่วงอย่างมาก

 

“ให้ข้าดูแลจิมิเจ้าเถอะ” (หมายถึงเรามาxxx กันเถอะ)

 

ข้าไม่ได้มีจิมินะ

 

ร่างกายแม่มึงนั้นแหละเป็นสวะ พวกเราไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศนะ พูดจาให้คนอื่นเข้าใจผิด หวังว่าคงไม่มีข่าวลือแปลกๆ ออกมานะ

 

หยางเว่ยกับกั่วว่านรู้สึกโกรธจนควันแทบที่จะออกมาจากจมูก เจ้านี่พูดแต่เรื่องถ่อยๆ ออกมาจากปาก ปากแบบนี้จะต้องชดใช้ไม่อย่างนั้นคนอื่นๆ จะมาว่าเขาได้

นิยายทั้งหมด


Top
error: