ขนาดตัวอักษร

GLD ตอนที่ 1 ดาวเหยียนฮวง

 217 Views

ดาวเหยียนฮวง  เขตหยานโจว เมืองเทียนชุ่ย  อำเภอไป๊ชา เมืองเทียนชุ่ย บ้านเลขที่ 95  โรงเรียนมัธยมระดับกลาง เป็นโรงเรียนมัธยมปลายที่มีสามระดับชั้น  มีทั้งหมดสิบหกห้อง มีเด็กหนุ่มสวมเสื้อผ้าสีขาวนั่งอยู่ท้ายห้อง ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่หนังสือดาวเหยียนฮวง  ปากของเขาพูดกับตัวเอง

“จริงแล้วข้าเซียะปิงที่เกิดใหม่บนดาวเหยียนฮวงนี่เป็นความจริงหรือความฝันกันแน่?”

 

ตอนนี้สีหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความสับสน

 

เซียะปิงเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาที่อยู่ในดาวเหยียนฮวง  เขาไม่ค่อยจะแตกต่างกันกับคนอื่นมากนัก แต่สามวันที่ผ่านมาสายฟ้าสีม่วงผ่าลงมาที่กลางหัวของเขา  ทำให้เขาสลบลงไปกับพื้น

 

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบกับความทรงจำที่แปลกประหลาดและคุ้นเคยในใจของเขา  ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่มาจากโลกเดิมที่เกิดในเมืองจีน เขาไปโรงเรียน เรียนหนังสือ  แต่งงานมีลูก มีอายุสามสิบกว่าปีสุดท้ายเขาก็ต้องตายเพราะอุบัติเหตุทางจราจร

 

ในสามวันความทรงจำของเขาในดาวเหยียนฮวงกับโลกก็หลอมรวมกันทำให้เซียะปิงปวดหัวอย่างมาก  เขาสับสนวุ่นวายแทบที่จะขาดใจตอนที่อยู่ในชั้นเรียน

 

แต่การหลอมรวมความทรงจำนี้มีแต่ประโยชน์  ไม่ได้เสียเปล่า สมองของเขาแข็งแกร่งขึ้น  มีความสามารถในการจดจำที่น่ากลัว หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเข้าใจได้ง่ายๆไม่ลำบากเลย

 

ได้ยินไหม? มีเวลาเพียงแค่ห้าเดือน  ห้าเดือนเท่านั้น”

 

หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องสวมชุดสูท  ร่างกายเผยให้เห็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบอย่างน่าอัศจรรย์  ใบหน้าที่สวยงามอย่างปราณีตของเธอสวมแว่นตาอยู่ แสดงให้เห็นท่าทางที่สง่างามและทรงเสน่ห์  น่ารักมากๆ เหมือนพี่สาวสุดสวยที่ทุกคนหลงใหล

 

เธอเป็นครูประจำชั้นของเซียะปิงมีชื่อว่า “ชิวเชว่”  หรือพี่สาวชิว ระดับการฝึกตนของเธอสูงมากจนไม่อาจที่จะวัดระดับได้

 

“ห้าเดือนหลังจากนี้จะเป็นเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่กำหนดชีวิตพวกเธอ”

 

คุณครูชิวเยว่กำลังเอามือทั้งสองข้างวางลงบนโต๊ะ  ดวงตาที่สวยงามของเธอมองไปที่นักเรียนที่เปื่อมไปด้วยพลังวิญญาณ  “ฉันจะแจกบททดสอบการเตรียมเข้ามหาลัยให้พวกเธอคิดเรื่องนี้ ฉันจะแจกบททดสอบเพื่อให้พวกเธอเขียนแผนการณ์ในชีวิต  อย่างให้รู้ทีหลังว่ามครเขียนส่งๆ มาละกัน?”

 

“คุณครูคะ  หนูอยู่ในระดับผู้ฝึกฝนระดับนักรบสวรรค์ขั้นที่สาม  มันจะยากหรือเปล่าเมื่อทดสอบเข้ามหาวิทยาลัย?” นักเรียนหญิงคนหนึ่งถาม

 

“เกรดนี้ธรรมดามาก”

 

คุณครูชิวเยว่พยักหน้า  “หากคิดที่จะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำนั้นเป็นไปไม่ได้  แต่หากอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นสามก็สามารถเข้าได้ทันที  แน่นอนเธอจะได้งานทันทีและหาเงินช่วยเหลือครอบครัวของเธอได้”

 

เนื่องจากในตอนนี้ในสังคมกำลังขาดแคลนคนงาน  จึงสามารถที่จะเลือกทำงานในบริษัทได้ ในระหว่างที่ทำงานก็จะเอาเนื้อซื้อมอนสเตอร์ชนิดไหนก็ได้  หรือยาทิพย์ชนิดใดก็ได้ มันจะช่วยให้กลายเป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริงอย่างช้าๆ หากกลายเป็นนักรบที่แท้จริงมีเงินมากกว่าหมื่นเหรียญต่อเดือนชีวิตก็จะได้ไม่น่าเสียใจ”

 

หากเซียะผิงเป็นคนที่ดาวโลกเขาอาจจะไม่เข้าใจที่ทั้งสองคนพูดกัน  แต่ตัวเขาก็มีความทรงจำจากดาวเหยียนฮวง เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้ว่าดาวเหยียนฮวงกับดาวโลกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  เพราะที่นีมีผู้ฝึกตน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญกว่ากันอย่างมาก

 

เดิมดาวเหยียนฮวงกับโลกไม่ต่างกันนักนอกจากพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าดาวโลกมากกว่าหลายร้อยเท่า  นอกจากนี้หลายร้อยประเทศเพิ่งผ่านพ้นมาจากยุคศักดิ์ดินา มาถึงยุคสมัยเทดทูนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ผู้ฝึกตนกลายเป็นสิ่งที่ถูกทอดทิ้ง

 

แต่ยังไงก็ตามเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเมื่อหนึ่งพันปีมาแล้ว  ดาวเหยียนฮวงอันเงียบสงบได้มีหลุมดำปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้า มันพ่นกระจายก๊าชสีดำบนท้องฟ้า  ทั้งหมดนี่แพร่กระจายไปจนทั่วท้องฟ้า

 

“ก๊าชสีดำที่น่าสงสัย  มีไวรัสที่น่ากลัวอยู่ จนถึงตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าไวรัสนั้นมันเป็นอะไร  แต่มันก็น่ากลัวอย่างไม่ต้องสงสัยเลย”

 

เซียะผิงมองดูหนังสือประวัติศาสตร์  “ภายในหนึ่งคืนดาวเหยียนฮวงก็ตกอยู่ในภัยพิบัติใหญ่  ประชาชนตายไปกว่า 50% เด็กมนุษย์และคนที่มีร่างกายอ่อนแอได้ตายลงไป

 

ที่น่ากลัวคือไวรัสเหล่านี้  มันทำให้พืชกับสัตว์ทั้งหมดในดาวเหยียนฮวงวิวัฒนาการอย่างบ้าคลั่ง  กลายเป็นสิ่งที่ทรงพลัง แม้แต่อาวุธปืน ระเบิด ขีปนาวุธก็ยังไม่อาจที่ฆ่ามันได้

 

ยิ่งไปกว่านั้นมอนสเตอร์เหล่านี้มันไม่มีสติ  พวกมันไล่ฆ่ามนุษย์ มนุษย์นับไม่ถ้วนต้องตายเพราะมอนสเตอร์นี่ทำให้ประชากรมนุษย์ลดลงกว่า 40% เรียกว่าหายนะใหญ่แห่งยุค”

 

แต่นี่ไม่ใช่ทั้งหมด  มันเกิดขึ้นตั้งแต่เซียะปิงยังไม่ได้เกิดขึ้นมา  ไวรัสที่น่ากลัวเหล่านี้จะทำให้สัตว์ทั้งหมดนี้กลายเป็นบ้าคลั่ง  แต่มนุษย์ในดาวฮวงเหยียนกลับได้ประโยชน์อย่างมาก ร่างกายของทุกคนล้วนได้รับการวิวัฒนาการ

 

ในเวลาเดียวกันในดาวเหยียนฮวงก็เกิดแผ่นดินไหวขึ้นบ่อยๆ  ภายใต้ภูเขามีซากปรักหักพังสิ่งของล้ำค่าตั้งแต่สมัยโบราณมา  มนุษย์ค้นพบสุดยอดทักษะการฝึกฝนจากซากปรักหักพังโบราณ

 

เ้วยทักษะผู้ฝึกตนทำให้มนุษย์เองก็ได้รับวิวัฒนาการที่น่ากลัว  ร้อยย่างก้าวหมัดเทพ ปลิดใบทิ้งสังหาร ก้าวย่างอากาศ ตัดภูผาหิน  หมัดทะลายภูเขาและแม่น้ำ เปลี่ยนแปลงมนุษย์ที่สามารถสู้กับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวนี้ได้เพราะกลายเป็นยอดมนุษย์

 

นอกจากนี้ยังมีสมบัติโบราณที่ยังไม่ถูกค้นพบอีกมาก   ไม่เพียงแต่มีวิธีฝึกตนขั้นสูงเท่านั้น ยังมีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อให้มนุษย์สะสมความแข็งแกร่ง

 

“ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคนิคการฝึกตน  ความแข็งแกร่งของมนุษย์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก  มนุษย์เริ่มโต้กลับการโจมตีของเหล่ามอนสเตอร์ เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกคลองขึ้นในเวลาไม่กี่ร้อยปีในดาวเหยียนฮวง  ผู้ปกครองระดับสูงในดาวได้จัดตั้งสหพันธรัฐแบ่งออกเป็นเก้าเขตการปกครองใหญ่”

 

เซียะปิงมองดูหนังสือประวัติศาสตร์อีกครั้ง  “ก่อนหน้านี้ห้าร้อยปีก่อนมนุษย์ไม่ได้คิดถึงการอยู่รอดของดาวเหยียนฮวง  สหพันธ์รัฐส่งผู้เชี่ยวชาญเป็นจำนวนมากเข้าไปในหลุมดำเพื่อหาแหล่งกำเนิดของภัยพิบัติ

 

แต่พวกเขาไม่รู้ถึงสาเหตุของหายนะ  พวกเขาจึงเข้าไปสำรวจในอีกด้านหนึ่งของหลุมดำ  อีกด้านหนึ่งเป็นโลกที่กว้างใหญ่กว่าโลกมนุษย์มากมันมีชื่อว่า  โลกเมฆาสวรรค์

 

มันเป็นพื้นที่ๆ กว้างกว่าดาวเหยียนฮวงหลายเท่าจนไม่รู้ว่ากว้างเท่าไหร่  ที่นั้นมีพลังลมปราณอยู่มากมาย มีสมบัติของสวรรค์และโลกนับไม่ถ้วน มันมีสมบัติมากมายเปรียบเสมือนสวรรค์ของมนุษย์ที่จินตนาการออกมา

 

เมื่อได้รับภูมิปัญญาจากโลกเมฆาสวรรค์ดาวฮวงเหยียนก็ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็ว  หลังจากนั้นห้าร้อยปีการฝึกตน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เจริญไปอย่างมาก ตัวตนของผู้ฝึกตนก็กลายเป็นสิ่งที่ทรงเกียรติ”

 

ในโรงเรียนที่เซียะผิงอยู่ก็เป็นแบบนี้  นักเรียนทุกคนในดาวเหยียนฮวงต่างฝึกฝนพลังยุทธ  มีการทดสอบความแข็งแกร่งอย่างสม่ำเสมอ แม้ไม่แข็งแกร่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้  ก็พออยู่ได้ก็ดีแล้ว

 

ตอนนี้เขาเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังเผชิญหน้ากันกับการเข้าสอบมหาวิทยาลัย  สิ่งที่สำคัญอย่างมากกับนักเรียนคำใดคนหนึ่งคือทรัพยากรการฝึกฝน และเทคนิคการฝึกฝนมันจะช่วยทำให้ชีวิตของพวกเขาไปได้ดี

 

“เหอะ”

 

เมื่อดูประวัติศาสตร์แล้วเซียะปิงก็เริ่มหาวิธีสร้างเสริมความแข็งแกร่งทันที  “เมื่อคิดเรื่องมากมายที่เปล่าประโยชน์ไปแล้ว ไม่ว่าข้าเซียะปิงจะมาจากโลกหรือว่าดาวเหยียนฮวง  ข้าก็คือข้า ไม่ว่าข้าอยู่ที่ไหนก็สุดยอด”

 

หลังจากที่คิดเรื่องนี้แล้ว  อาการปวดหัวของเขาก็หายไปจนหมด  ไม่มีสิ่งใดปิดกั้นความทรงจำอีกต่อไป  ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาแล้วความทรงจำของเขาก็หลอมรวมกันอีกครั้ง

 

ตอนนี้มีเสียงหุ่นยนต์ดังออกมาแทบไม่รู้สึกว่ามันอยู่ที่ไหน

 

“ติ้งหลอมรวมกับวิญญาณเสร็จสิ้นแล้ว  ระบบสุดยอดแห่งความเกลียดชังเชื่อมโยงกับโฮสต์”

 

เซียะปิงกระพริบตา “ระบบสุดยอดแห่งความเกลียดชัง?”  ตอนนี้ความทรงจำของเขารวมกัน การมีระบบอะไรเป็นเรื่องที่แปลกมาก

 

“โฮสต์  ต้องเป็นผู้ปรับแต่งระบบความเกลียด  ตราบใดที่โฮสต์สามารถรับคะแนนความเกลียดชัง  สามารถแลกเปลี่ยนเม็ดยา สมบัติแห่งสวรรค์และผืนโลกได้  หรือจะเป็นทักษะการฝึกฝน ฯลฯ”

 

เซียะปิงถามว่า “อะไรคือแต้มความเกลียดชัง?”

 

“สิ่งนี้เรียกว่าแต้มความเกลียดชัง  มาจากอารมณ์เชิงลบ ตราบใดที่โฮสต์สามารถทำให้เกิดอารมณ์เชิงลบได้  ก็จะสามารถได้แต้มความเกลียดชัง ยิ่งเกลียดมากแต้มความเกลียดชังจะยิ่งสูงมากขึ้นไปด้วย  ระดับความเกลียดชังก็จะแบ่งออกเป็น เหม็นขี้หน้า เกลียด เหยียดหยาม ต้องฆ่าเท่านั้น อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ฯลฯ”

 

“สร้างความเกลียดชังใช่ไหม?!”

 

ใบหน้าของเซียะปิงพูดอะไรไม่ออก  ระบบกำลังชังจูงความเกลียดชังลงหลุม  เขาจ้องต้องกลายเป็นหมายการดูถูก แล้วตะโกนต่อสู้? ทำแบบนี้เขาไม่กลายเป็นทรยศที่น่ารังเกียจแบบฉินฮุ่ยเหรอ

 

(ฉินฮุ่ย เป็นอัครมหาเสนาบดีในรัชสมัยจักรพรรดิซ่งเกาจงเป็นผู้ที่โลภมากในทรัพย์และมีความเหี้ยมโหดและเป็นผู้ที่ทำให้แม่ทัพงักฮุยพร้อมบุตรชายต้องถูกประหารชีวิต และเขายังขายแผ่นดินให้กับต่างชาติ โดยความโหดเหี้ยมของเขาทำให้ประชาชนนำแป้งมาปั้นติดกันและนำไปทอดจนเหลืองกรอบแล้วนำมากิน โดยการทำเช่นนี้เปรียบเหมือนกับการระบายความแค้นที่ฉินฮุ่ยกับภรรยาทำความอับอายให้แก่คนจีนโดยให้ชื่อว่า อิ่วจาก้วย คนไทยรู้จักขนมนี้เป็นอย่างดีว่า ปาท่องโก๋คนจีนภายหลังยังคงเคียดแค้นขุนนางชั่วทั้งหลายที่ร่วมกันทำให้แม่ทัพงักฮุยพร้อมบุตรชายต้องถูกประหารชีวิต ภายหลังจึงทำรูปปั้นสองสามีภรรยาและพวกไว้หน้าศาล คุกเข่ารับการสาปแช่ง บ้างก็ถูกถ่มน้ำลายใส่จากชนรุ่นหลังจนถึงทุกวันนี้)

 

ยิ่งไปกว่านั้นสมบัติแห่งสวรรค์และผืนโลกสามารถแลกเปลี่ยนได้กับแต้มความเกลียดชัง  หากทักษะการฝึกฝนลับที่เป็นของจริงละ? นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อถือทันที

 

“การเข้ามหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ดี  แต่หากอยากจะทำงานละก็ไม่เป็นไร นี่ช่วยไม่ได้เป็นสิ่งที่พวกเธอเลือก  แต่ครูอยากจะบอกว่าอย่าตัดสินใจที่ทำให้เสียใจในอนาคต”

 

ตอนนี้ครูชิวเยว่ที่อยู่หน้าชั้นเรียนแล้วให้นักเรียนหญิงนั่งลงแล้วให้กำลังใจ

 

“ใช่แล้วคุณครู” กลุ่มนักเรียนส่งเสียงร้องออกมา

 

ชิวเยว่ขมวดคิ้วเธอพบว่ามีคนบางคนในห้องไม่ในใจอะไรเลย  เธอจึงเริ่มถามเซียะปิง ” เซียะปิงเธอจะวางแผนอนาคตยังไง?”

 

“วางแผน?!”

 

เซียะปิงรู้ดีรู้ดีว่าเขาท่าทางที่ใจลอยของเขาถูกครูจับความสนใจได้อยู่

 

เธอเป็นครูใหม่ในชั้นเรียน  เธอทำงานมาครึ่งปีแล้ว เธอไม่ได้เหมือนจิ้งจอกเฒ่าที่สอนมาหลายปี  เธอมีความรับชอบและสนใจนักเรียนในห้องที่ไม่ได้สนใจเรียน

 

ในตอนแรกเขาอยากจะบอกว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยระดับสาม  แต่เขาก็คิดว่าทำไมไม่ใช้โอกาสนี้ในการทดสอบระบบสุดยอดความเกลียดชังในตอนนี้

 

เมื่อคิดแบบนี้เซียะปิงก็ลุกยืนขึ้น แล้วพูดออกมา ” ผมอยากจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเหยียนฮวง”

 

หา?

 

นักเรียนทั้งหมดในห้องรวมถึงครูชิวเยว่รู้สึกตัวแข็งทื่อ

 

อะไรคือมหาวิยยาลัยเหยียนฮวง  ในดาวเหยียนฮวงมันคือมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก  มันเกิดขึ้นจากการเสียสละของมนุษย์นับพัน ที่นั้นมีผู้เชี่ยวชาญในการฝึกตนทุกที่  มหาวิทยาลัยฮวงเหยียนมีทุกสาขาวิชาและทุกวิชาชีพ บางคนเป็นเจ้าของบริษัท บางคนมีตำแหน่งใหญ่ๆ ในสาขาต่างๆ  บางคนเป็นทหารระดับสูง บางคนก็เป็นจอมพลในกองทัพ ฯลฯ

 

หากใครได้เข้ามหาวิทยาลับเหยียนฮวงแต่ละคนล้วนแต่เป็นมนุษย์ที่พรสวรรค์สูงเลิศ

 

ในเลขที่ 95 โรงเรียนมัธยมระดับกลาง  มีผู้มีสิทธิ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวงมีไม่เกินห้าคน  แต่ไม่ได้มีทุกปี บางปีก็มีเพียงแค่หนึ่งคน

 

หากสอบได้โรงเรียนต้องแขวนป้ายผ้าฉลองสามวันสามคืน  แม้แต่นักเรียนด้วยกันก็ได้รับผลประโยชน์ไปด้วยไม่มากก็น้อย

 

แต่เซียะปิงเป็นนักเรียนธรรมดา  ผู้ฝึกฝนนักรบสวรรค์ขั้นที่สาม การเข้ามหาวิทยาลัยชั้นสามได้ก็เต็มกลืนแล้ว  จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวงได้ยังไง

 

เจ้าเด็กนี่บอกว่าอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวงนี่ไม่บ้าไปหน่อยเหรอ?

 

“เซียะปิง  เธอพูดจริงเหรอ?” เพราะคำตอบของเซียะปิงน่ากลัวมาก  ครูชิวเยว่ไม่ได้โทษอีกฝ่าย ตรงกันข้ามเธอรู้สึกว่าเขาไม่พูดออกมาด้วยความจริงจัง  รู้สึกว่าเขาดูโง่มาก

 

เซียะปิงพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า “ในห้าเดือนหลังจากนี้ ผมอยากจะทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวง กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการฝึกตน  มีรายได้หลายร้อยล้าน แต่งงานกับสาวงามที่ดีพร้อมมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิต”

 

“น้องเขยมึงสิ  แค่เป็นผู้ฝึกตนมหาวิทยาลัยชั้นสามก็เป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหยียนฮวง”

 

“นี่มันเกินความสามารถเกินไป  ทำไมถึงไม่รู้ถึงขีดจำกัดของตัวเอง”

 

“นี่อ่านหนังไม่ออกหรือไง  ข่าวนี้ต้องแพร่กระจายไปอย่างกับแสงไฟ  แกมันโง่ขนาดไม่รู้เรื่องเหรอ?”

 

“ทุกคนเจ้าปลาเค็มนี่ไม่มีความคิดอะไรนอกจากทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”

 

นักเรียนทุกคนมองเซียะปิงอย่างเกลียดชัง

 

เซียะปิงยืนนิ่ง  เขามองไปที่นักเรียนคนอื่นที่พูดจาเสียดสีตัวของเขา  “หยางเว่ยทำไม่ได้ หรือว่าเขาไม่ดีพอมากกว่า คนบางคนสันดานไม่ดีต้องมีตัวช่วยดับสันดาน”

 

“เซียะปิง”

 

นักเรียนที่ชื่อหยางเว่ยทำจมูกฟุดฟิดมองเซี่ยปิง  แม้แต่หัวเข่ายังรู้ว่าเจ้าคนนี้มันเยาะเย้ยเขา ว่าเขาเป็นพวกไม่มีอะไรดี

 

นี่เป็นชื่อเล่นที่ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อของเขา  เจ้าเซียะปิงกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนอื่น สวะ

 

“ฮ่าฮา มีคนเรียกแกว่าหยาวเว่ย  แกคิดว่าพ่อแกจะคิดยังไง? ” เจ้าอ้วนที่อยู่ในมุมห้องหัวเราะเยาะออกมา  เขากับหยางเว่ยไม่ถูกกัน ทำไมเขาจะไม่พลาด มาซ้ำเติมเจ้าโง่เง่านี่ให้ตกต่ำลง

 

“กั้วว่าน  เจ้ายิ้มอะไรเจ้าก็ไม่แตกต่างกัน”

 

เซียะปิงพูดจาถากถางดังออกมา

 

เจ้าอ้วนกั้วว่านใบหน้าเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียว  เขาจ้องมองเซียะปิงด้วยความโกรธ ราวกับว่าเป็นตัวประหลาดที่อยากจะกลืนเขาลงไป

 

นักเรียนคนอื่นๆมีสีหน้าแปลกใจ  เซียะปิงเป็นนักเรียนคนเดียวที่มีผลการเรียนระดับปานกลางไม่ได้โดดเด่น ท่าทางของเขาที่แสดงออกมาเหมือนจะโดนฆ่า  แม้แต่พระพุทธเจ้ามาห้าม ก็ดูจะกล้าเกินไปที่จะมาห้าม

 

หยางเว่ยอาจจะเป็นคนโง่นิดๆ  แต่เจ้าคนนี้เป็นตัวปลระหลาดที่มองในมุมมองของตัวเอง ไม่สนใจชาวบ้านเหมือนคนกินดินปืนลงไป (ไม่รู้ว่าจะเดือดร้อนวันไหน)

 

“พอแล้ว”

 

ครูชิวเยว่ทนต่อไปไม่ไหว  ดวงตาที่งดงามของเธอมองที่เซี่ยปิงพูด ” เซียะปิงนี่มันเรื่องอะไรจบหรือยัง? เรียกชื่อเล่นนักเรียนคนอื่นดูถูกคนอื่น  ดูเหมือนว่าจะพูดอะไรก็ได้”

 

เซียะปิงพยักหน้าเห็นด้วย “ครูพูดถูกผมต้องทบทวนตัวเอง”

 

“เธอรังแกคนอื่น  ฉันไม่เห็นด้วยกับแบบนี้แน่ๆ”

 

เมื่อได้ยินครูพูดแบบนี้แล้ว  หยางเว่ยที่ใบหน้าเขียวอยู่ ใบหน้าก็เปลี่ยนกลายเป็นร้องไห้  ผู้หญิงคนนี้กำลังว่าคนที่รังแกเขา และกำลังออกไปจากห้อง

 

“ใช่”

 

ใบหน้าที่สวยงามของครูชิวเยว่กลายเป็นสีแดงด้วยความโกรธ  เธอเรียกหยางเว่ยกลับมา แต่ฝ่ายตรงข้ามเดินออกไปอย่างรวดเร็ว  เกินกว่าที่เธอจะห้ามเขาได้ทัน

 

“เซียะปิง”  เธอจ้องมองเซียะปิงด้วยความโกรธ  ตอนนี้เจ้าตัวน่ารังเกียจกำลังทำผิด

 

เซียะปิงทำตัวไร้เดียงสา “ผมไม่คิดว่าเขาจะมีจิตใจอ่อนแอแบบนี้”

 

“ดีออกไปจากห้องไปคิดมันให้ดีก่อน” ครูชิวเยว่กำลังโกรธแล้วชี้ไปทางเซียะปิง

 

เซียะปิงไม่ได้สนใจอะไร  ตอนนี้เขาได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นภายในใจของเขาดังออกมา “แต้มความเกลียดชัง + 1  แต้มความเกลียดชัง + 1…”

นิยายทั้งหมด


Top
error: