ขนาดตัวอักษร

EG บทที่ 193 ความรุนแรง

 130 Views

 

 

สร้างโรงงานของเราเองหรอ?

 

โฮวไฮ่ถาวมองหน้าหลี่ซื่อโหยว ทั้งคู่รู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่ถูกเด็กคนนี้หลอกอีกแล้ว จริงๆ แล้วเฝิงหยู่ก็อยากจะก่อตั้งโรงงานในกวางโจวตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!

 

“ผู้จัดการเฝิง งั้นคุณบอกเราหน่อยได้มั้ยว่าเราจะจัดตั้งโรงงานในกวางโจวตอนใต้ยังไง? คุณคุ้นเคยกับรัฐบาลที่นั่นหรอ? ถ้าเป็นที่เมืองปิง คุณหลี่และผมยังพอมีชื่อเสียง และรัฐบาลกลางก็ไม่กล้าทำอะไรเรา แต่ถ้าเป็นกวางโจวตอนใต้ เราไม่มีคอนเนคชั่นละถ้าเราโดนโกงจะทำยังไง?” โฮวไฮ่ถาวถาม

 

“มันจะเป็นไปไม่ได้ถ้าเราใช้ชื่อโรงงานของคุณทั้งสองคนในการสร้างโรงงานสาขาที่นั่น แม้ว่าทั้งสองโรงงานจะเป็นรัฐวิสาหกิจและมีคอนเนคชั่นกับคณะกรรมการและทหารก็ตาม แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีอำนาจเท่ากับเพื่อนผม” เฝิงหยู่พูดสวนกลับ

 

“เพื่อนของคุณน่ะ ใครหรอ?” หลี่ซื่อโหยวมองหน้าเฝิงหยู่ เด็กคนนี้มีเพื่อนที่เป็นคนมีอำนาจด้วยหรอ? หรือว่าจะเป็นลูกของพวกผู้นำ?

 

“คุณสองคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเพื่อนของผม ฟู่กวางเจิ้ง ครอบครัวของเขากำลังดูแลเรื่องการขายต่างประเทศของเราอยู่” เฝิงหยู่อ้างชื่อฟู่กวางเจิ้ง

 

การขายต่างประเทศของเครื่องทำความชื้นอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลฟู่ แต่ฟู่กวางเจิ้งก็เป็นเพียงแค่รองผู้จัดการทั่วไปเท่านั้นและเป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายเล็ก พ่อและลุงของเขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

 

“คนนั้นนะหรอ? เขาดีกว่าพวกเราตรงไหน?” โฮวไฮ่ถาวรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

 

โรงงานการบินเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องบิน ซึ่งมีตำแหน่งและชื่อเสียงมากในเมืองปิงและหลงเจียง อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งประเทศจีน ก็แค่โรงงานธรรมดาๆ แต่โฮวไฮ่ถาวยังคงรู้สึกว่าโรงงานของตัวเองดีกว่าคนที่ยังอายุน้อยกว่าเขามาก

 

ตระกูลฟู่ก็ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ ก็แค่นักธุรกิจธรรมดา และนักธุรกิจก็ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับพวกเขาด้วย เพราะพวกเขาคือเจ้าหน้าที่รัฐ

 

เฝิงหยู่ยิ้มและพูดว่า “ตรงที่พวกเขาเป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกง!”

 

เฝิงหยู่ค่อยๆ พูดคำว่า “นักธุรกิจชาวฮ่องกง” ช้าๆ และโฮวไฮ่ถาวถึงกลับเถียงไม่ออกและจุดบุหรี่อย่างโมโห

 

เขาไม่มีอะไรจะเถียงเฝิงหยู่ สภาพของประเทศในยุคนี้มันเป็นเช่นนั้น ชาวต่างชาติมีสถานะสูงกว่าคนท้องถิ่น แม้ว่าฮ่องกงจะไม่ถือว่าเป็นต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่ได้คืนประเทศรวมกับจีน เพื่อป้องกันปัญหาในการส่งเมืองฮ่องกงคืนกลับจีน ตอนนี้นักธุรกิจชาวฮ่องกงจึงมีสถานะสูงกว่าชาวต่างชาติอื่นๆ ประเทศจีนกลัวว่านักธุรกิจชาวพวกนี้จะพูดเรื่องที่ไม่ดีเกี่ยวกับจีนเมื่อกลับไปยังฮ่องกง

 

เมื่อนักธุรกิจชาวฮ่องกงลงทุนในประเทศจีน พวกเขาก็ได้ผลประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาล และได้อัตราพิเศษในการส่งออกด้วย ขนาดพวกเขาก่ออาชญากรรมในประเทศจีน ก็ต้องส่งตัวกลับไปตัดสินที่ศาลในฮ่องกง

 

“ผู้จัดการเฝิง คุณพยายามจะทิ้งพวกเราไปร่วมงานกับฟู่กวางเจิ้งหรอ?” สีหน้าของหลี่ซื่อโหยวเปลี่ยนไป ถ้าเฝิงหยู่ทิ้งพวกเขาจริงๆ โรงงานก็จะต้องขาดทุนอย่างมากแน่ๆ เขาควรจะหาโรงงานเพื่อผลิตพัดลมให้เฝิงหยู่มากกว่า แบบนี้เขาอาจจะได้กำไรน้อยลง แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

 

หลี่ซื่อโหยวอิจฉาบริษัทการค้าไท่หัวของเฝิงหยู่ บริษัทมีพนักงานไม่กี่สิบคนเอง และพนักงานทั้งหมดก็ล้วนเป็นสมาชิกครอบครัวของคนงานที่โรงงานมอเตอร์ แม้แต่เจ้าหน้าที่การเงินสองคนก็มาจากโรงงานมอเตอร์

สมัยก่อนเด็กพวกนี้ทำอะไรนะหรอ? ก็นอนขี้เกียจอยู่บ้าน รอพ่อแม่เกษียณและก็รับตำแหน่งต่อจากพ่อแม่ของตัวเองที่โรงงาน สมาชิกครอบครัวของคนงานส่วนใหญ่ที่โรงงานมอเตอร์เป็นแบบนี้ ตอนที่เริ่มเข้าทำงานที่โรงงาน ค่าจ้างของพวกเขาน้อยมาก แต่หลังจากที่ผ่านช่วงทดลองงาน 1-2 ปี พวกเขาก็จะได้ขึ้นเงินเดือน

 

แต่ตอนนี้เด็กคนอื่นๆที่โรงงานไม่มีอะไรมาเทียบกับพนักงานของเฝิงหยู่ได้เลย แม้แต่นักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยก็ทำงานเป็นช่างเทคนิคและเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารระดับล่าง ทุกคนที่โรงงานต้องเริ่มทำงานจากตำแหน่งที่ต่ำสุดก่อน

 

พวกคนที่รอรับตำแหน่งต่อจากพ่อแม่ที่โรงงานแย่ที่สุด พอพ่อแม่เกษียณ พวกเขาจะได้เงินบำนาญแค่เดือนละ 30 หยวนเท่านั้น ส่วนที่เด็กที่เข้าไปทำงานแทนพ่อแม่ก็ต้องเริ่มจากเป็นเด็กฝึกหัด และเงินเดือนที่ได้ก็น้อยกว่า 100 หยวน ถ้าเอามารวมกับเงินบำนาญรายเดือนของพ่อแม่ รายได้ต่อเดือนก็ยังน้อยกว่าช่วงที่พวกเขายังไม่เกษียณอยู่ดี!

 

แล้วพวกคนงานที่เกษียณแล้วจะทำยังไงต่อไป? พวกเขาเป็นคนงานฝ่ายผลิตมาตลอดทั้งชีวิต และไม่มีทักษะอื่นๆเลย แค่จัดแผงขายอาหารเช้าเล็กๆ ได้ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาแล้ว ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นช่างซ่อมรองเท้าหรือช่างซ่อมรถจักรยาน

 

เมื่อหลี่ซื่อเฉียงรับสมัครคนงานที่หอพักของโรงงาน คนที่ไม่ได้มาสมัครต่างรู้สึกเสียดายมาก เมื่อปีที่แล้ว เฝิงหยู่ให้วิทยุติดตามตัวกับพนักงานคนละเครื่อง และมาปีนี้เขาก็แจกรถจักรยานยนต์คนละคัน ทุกคนที่โรงงานต่างอิจาฉาตาร้อนกันใหญ่!

 

คนงานของหลี่ซื่อโหยวที่ต้องการค่าแรงล่วงเวลาสองเท่าและวันทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ก็เพราะเฝิงหยู่เป็นต้นเหตุ แต่เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเฝิงหยู่เอาไว้ หลี่ซื่อโหยวจึงต้องยอมอดทนเอาไว้ แล้วตอนนี้ดูเหมือนว่าเฝิงหยู่อยากจะทิ้งโรงงานมอเตอร์ของเขาไปอีกหรอ?

ก็เพราะบริษัทการค้าไท่หัวของคุณนั่นแหละ ผมถึงต้องเจอปัญหามากมาย แล้วตอนนี้คุณยังอยากจะยกเลิกความร่วมมือกันงั้นหรอ? ผมจะไปเอาสัญญามาและหาทางฟ้องร้องคุณให้ได้!

 

ก่อนที่หลี่ซื่อโหยวจะได้พูดอะไรออกไป โฮวไฮ่ถาวพูดด้วยความกังวลว่า “ผู้จัดการเฝิง ถ้าคุณกำลังจะทิ้งพวกเรา ผมจะไม่ให้เทคโนโลยีของพัดลมไร้ใบพัดกับคุณ!”

 

“คุณอยากจะฟ้องผมหรอ? คุณไปที่ศาลและถามพวกนั้นได้เลย ขนาดชาวต่างชาติผมยังกล้าฟ้องและชนะคดีมาแล้ว คุณคิดว่าผมกลัวผู้อำนวยการโรงงานรัฐวิสาหกิจอย่างคุณหรอ? ผมมีสัญญาอยู่ และคุณก็เอาเงินผมไปใช้ในการวิจัยและพัฒนา ถ้างั้นผลจากการวิจัยก็ต้องเป็นของผม!” เฝิงหยู่ยิ้มเยาะ

 

คุณอยากได้ความรุนแรงหรอ? ได้ เดี๋ยวจัดให้

 

“เราก็มีสัญญาเหมือนกัน คุณจะมาคิดทิ้งพวกเราแบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน! ไม่ว่าคุณจะไปร่วมมือกับใครก็ตาม คุณต้องจ่ายส่วนแบ่งของเครื่องทำความชื้นให้เรา! ใช่มั้ยผู้อำนวยการหลี่?” โฮวไฮ่ถาวพยายามหาพวกโดยลากหลี่ซื่อโหยวเข้ามาร่วมวงด้วย ทั้งสองคนต้องร่วมกันต่อสู้กับเฝิงหยู่

 

“ผมต้องให้ส่วนแบ่งคุณเนี่ยนะ? คุณสองคนไม่ได้อ่านสัญญาอย่างละเอียดหรอ? ผมถือสิทธิบัตรของเครื่องทำความชื้น และผมสามารถมอบอำนาจให้บริษัทไหนก็ได้ที่ไม่ใช่บริษัทของจีนดำเนินการผลิตและขายเครื่องทำความชื้น นี่คือความคุ้มครองตามกฎหมาย!” เฝิงหยู่พูดอย่างใจเย็น

 

พูดถึงสัญญางั้นหรอ? คุณสองคนพลาดแล้วล่ะ ทุกประโยคหรือทุกคำในสัญญาล้วนมีความหมายต่างออกไปถ้านำไปใช้ในทางที่ผิด!

โฮวไฮ่ถาวและหลี่ซื่อโหยวตกใจมาก มีเงื่อนไขแบบนี้ในสัญญาด้วยหรอ? ตอนที่พวกเขาเซ็นสัญญา พวกเขาคิดถึงแต่ตลาดในประเทศและไม่ได้คิดถึงเรื่องการส่งออกไปต่างประเทศเลย นี่หมายความว่าถ้าเฝิงหยู่มอบอำนาจให้คนอื่นไปผลิตและขายเครื่องทำความชื้น กำไรของพวกเขาก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก รายได้จากการส่งออกสูงกว่ารายได้จากตลาดในประเทศมาก!

 

“ผู้จัดการเฝิง คุณยังอยากได้หุ้นของบริษัทเครื่องจักรอยู่หรือเปล่า?” โฮวไฮ่ถาวขู่ เขารู้ว่าเฝิงหยู่อยากได้หุ้นของบริษัทเครื่องจักร เขาก็เลยเก็บหุ้นไว้ก่อนและไม่ขายให้เฝิงหยู่ อย่างไรก็ตาม หุ้นกำลังทำเงินได้!

 

เฝิงหยู่เงยหน้ามองเพดาน เขาพูดอย่างช้าๆ “การเจรจาเตาเผาไฟฟ้ากำลังสูงเกือบจะจบแล้ว ดูเหมิอนว่าผมคงต้องหาผู้ซื้อรายใหม่ซะแล้ว”

 

โฮวไฮ่ถาวสูดเอาควันบุหรี่เข้าไปอย่างแรงและโยนก้นบุหรี่ลงไปที่พื้น จากนั้นเขาก็จุดบุหรี่อีกมวน

 

ดูเหมือนว่าหลี่ซื่อโหยวยังอยากจะเถียงกับเขาต่อ เฝิงหยู่นั่งไขว่ห้างและพูดว่า “ผมว่าผมต้องหาผู้ซื้อรายใหม่สำหรับเทคโนโลยีกังหันและก็เทคโนโลยีเครื่องผลิตไอน้ำจากสหภาพโซเวียตด้วยเหมือนกัน”

 

หลี่ซื่อโหยวทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างผิดหวัง ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขาทั้งคู่ติดกับที่นักธุรกิจชั่วร้ายคนนี้วางไว้แล้ว พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นเลย ต้องยอมเฝิงหยู่อย่างเดียว!

 

“ผู้จัดการเฝิง งั้นบอกพวกเราหน่อยว่าคุณจะให้พวกเรามีส่วนร่วมในโรงงานใหม่ด้วยหรือเปล่า?” โฮวไฮ่ถาวพ่นควันบุหรี่และก้มหัวลงถามเฝิงหยู่

 

เฝิงหยู่ยิ้มมุมปาก “ผมตัดสินใจแล้ว โรงงานสาขานี้ที่กวางโจวตอนใต้……” (ติดตามตอนต่อไป)

นิยายทั้งหมด


Top
error: