ขนาดตัวอักษร

MTR : บทที่ 3. ถูกไล่ออก

 1311 Views

ระดับการฝึกของผู้ฝึกตน มีทั้งหมด 10 เขตแดน (เขตแดนต่อไปยังไม่ปรากฏออกมา ฉบับ Eng. ก็ยังไม่มีเลยต้องรอติดตามจากเนื้อเรื่อง)

 

เขตแดนแรกแรกคือ “เขตการปรับแต่งร่างกาย”

เขตแดนที่สองคือ “อาณาจักรจิตพลังวิญญาณ”

ในทุกเขตแดนถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ ในเมืองเทียนหนานมีประชากรหลายล้านคน กว่าสองแสนคนอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย ขณะที่มีเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้นที่อยู่ในเขตการตื่นของพลังวิญญาณ

เมิ่งหยิงหยิงอายุสิบหกปี เธออยู่ในเขต ปรับปรุุงร่างกาย ระดับ 2

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไม่ดีสำหรับสายตาของคนทั่วไป แต่ถ้าเปรียบเทียบกับอัจฉริยะในตระกูลระดับสูงเธอเป็นได้แค่เพียงคนธรรมดา ซึ่งทำให้ยากสำหรับเธอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อื่นและอาจจะจบลงด้วยการเป็นแค่ศิษย์ระดับสามัญที่ไม่มีนัยสำคัญเท่านั้น

วันนี้เช่นเดียวกับทุกๆ วัน เธอสะพายกระเป๋าเดินเข้ามายังห้องโถงของสมาคมการสอน

“คุณหนูเมิ่งหยิงหยิง วันนี้เจ้ามาแต่วันมีอะไรพิเศษหรือเปล่า”

สาวสวยเดินตรงมาที่เธอ เธอมีนัยตาสีแดงผมสีแดง สายตาแสดงถึงอารมย์เจ้าชู้โดยธรรมชาติ เธอสวมชุดผ้าไหมสีแดงโปร่งแสง สามารถมองผ่านเห็นชุดชั้นใน ชุดของเธอสั้นเผยให้เห็นต้นขาขาวเรียบเนียนและรองเท้าบู๊ตสีแดงส้นสูง เมื่อมองทั่วร่างทำให้เกิดความรู้สึกเร้าร้อนได้โดยไม่ยาก

หนานกงหยุน เป็นผู้หญิงอารมณ์ร้าย มักอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา เป็นที่รู้จักกันในนามสาวงามปีศาจ ฉายาแม่มดน้อยแห่งเมืองเทียนหนาน

เธอมีความสามารถที่น่าสะพรึงกลัว ในเขตการปรับแต่งร่างกายระดับ 9 ซึ่งถือเป็นจุดสุดยอดสำหรับคนในวัยนี้ พร้อมที่จะกลายเป็นหนึ่งในคนที่ทรงพลังที่จะก้าวเข้าสู่อาณาจักรการตื่นของพลังวิญญาณ เธออาจจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ฝึกตนที่มีชื่อเสียง เธอเป็นศิษย์หลักของอาจารย์ชางหลี่ชิง และเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของเขา

เมิ่งหยิงหยิงถามเสียงอ่อน “ศิษย์พี่หนานกง วันนี้ท่านมาเป็นครูผู้ช่วยอีกแล้วหรือ”

“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก!” หนานกงหยุนยักใหล่ ผมสีแดงสวยไกว่ไปมาอย่างนุ่มนวลที่กลางหลัง “ตาเฒ่านั้นหลงใหลกับงานวิจัยของเขา เรื่องยันต์จารึกตัวใหม่ เขาจะมีเวลามาสอนสาวกระดับสามัญได้อย่างไร”

หนานกงหยุนมีบุคลิกที่ตรงไปตรงมา คำพูดของเธอมักตรง รุนแรงและหยาบคายมาก

“ในเร็ว ๆ นี้อาจารย์จะทำการคัดกรองลูกศิษย์ของเขาอีกครั้ง คะแนนของเจ้าอยู่ในกลุ่มที่แย่ที่สุดในชั้นเรียนซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อเจ้า โอ้ใช่วันนี้เป็นวันที่ต้องส่งมอบการบ้าน เจ้าไม่ได้ทำการบ้านอีกแล้วใช่มั้ย ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียน สามารถเก็บของและกลับบ้านได้เลย”

“ไม่ ไม่..ข้าทำเสร็จแล้ว” เมิ่งหยิงหยิงไม่ต้องการถูกไล่ออก เธอรีบเปิดกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ค่อนข้างหนักออก

“ไม่ ไม่…ข้าทำเสร็จหมดแล้ว การบ้านทั้งหมดของข้าอยู่ที่นี่”

“เด็กโง่ โดยปกติถ้าเจ้าเคยทำเสร็จไปแล้วสักครึ่งหนึ่งคงยังพอมีหวัง แต่เจ้าไม่เคยทำเลยสักข้อ แล้วจะให้ทุกอย่างเสร็จทันในวันนี้ นอกซะจากว่าพระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตก”

“ข้า ข้า … .. “

“เอาล่ะตราบเท่าที่เจ้าพยายาม เอาเท่าที่ได้ แต่งานของข้าในวันนี้คือการสอน ส่วนการจัดอันดับเป็นหน้าที่รับผิดชอบของศิษย์พี่ที่สอง ไปรีบๆ ไปส่งมอบการบ้านให้เขา”

สาวกอันดับสองหานเชียวหลง มีความสามารถในเขต การปรับแต่งร่างกาย ระดับ 4

อย่างไรก็ตามความสามารถของเขาก็ยังห่างใกล กับความสามารถระดับตัวประหลาดอย่างหนานกงหยุน แต่ถึงอย่างไรเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่หาได้ยาก ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นศิษย์หลักอย่างเป็นทางการ

ปัญหาของเมิ่งหยิงหยิงคือหานเสี่ยวหลงเป็นหนึ่งในบุรุษที่ตามเกี้ยวพาราสีเธอ เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงไม่ดี เหล่าสาวสวยที่เขากำลังไล่ตามจีบมีอย่างน้อย 8 ถึง10 คน และเขาเป็นคนที่ไม่เลือกใช้วิธี เขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เขาต้องการ เธอไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้กับเขา ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่พี่สาวบอกเมื่อวานนี้ ตระกูลหานอาจเป็นฆาตกรที่แท้จริงที่สังหารพ่อแม่ของเธอ เมื่อเป็นเช่นนี้ใครจะยังอยากเห็นหน้าเขาอีก

“เอ๊ะ..เดี๋ยวก่อนนี่มัน เป็นผังเวทย์จารึกที่ท่านอาจารย์เคยออกแบบไว้ใช่มั้ย” ดวงตาของหนานกงหยุนแวววาวมองขึ้นๆ ลงๆ เธอดึงแผนผังขนาดใหญ่ออกจากกระเป๋าเมิ่งหยิงหยิง

“ว้าว! น้องสาวตัวน้อย ยังงี้ต้องนำไปส่งให้อาจารย์ดู”

“อา..” ผิวหน้าเมิ่งหยิงหยิงร้อนฉ่า รีบเอื้อมมือออกไป พยายามที่จะฉกแผนผังแผ่นนั้นกลับคืนมา

“นี่มันเป็นแค่การวาดที่สับสน อย่าได้นำไปให้อาจารย์ดู”

หนานกงหยุนชูแผนผังสูงขึ้นไปในอากาศ เมิ่งหยิงหยิงขาสั้นกว่าจึงไม่สามารถดึงกลับมาได้

เธอกระวนกระวายใจรีบตะโกน “ศิษย์พี่ได้โปรดส่งคืนมาให้ข้า”

“ไม่! ไม่มีทาง! “หนานกงหยุนหัวเราะหึๆ แล้วพูดว่า

“ข้าจะส่งแผนผังนี้ให้อาจารย์ด้วยตัวเอง ไม่สำคัญว่าจะเป็นประโยชน์หรือไม่ แต่อาจจะทำให้อาจารย์มองเจ้าในทางที่ดีขึ้นก็ได้ เจ้าไม่ต้องการจะถูกไล่ออกใช่มั้ย งั้นก็ไม่ต้องพูดอะไรอีก ข้าตัดสินใจแล้ว ถ้าเจ้ายังพูดมากข้าจะตีเจ้า ตอนนี้ตามข้ามา”

เมิ่งหยิงหยิงรู้อารมณ์ของศิษย์พี่ท่านนี้ดีและไม่กล้าที่จะโต้แย้งต่อ ทำได้เพียงยอมรับอย่างไม่เต็มใจ

เธอเดินตามเข้าไปในห้องส่งมอบการบ้าน

……………………………

 

บุรุษหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีนั่งอยู่หน้าห้อง เขามีรูปร่างสูงใหญ่ รูปหน้าไม่ถือว่าเลว นอกจากจมูกที่ยาวแหลมงองุ้ม เบ้าตาเขาจมลึกเล็กน้อย ทำให้ยามจ้องมองให้ความรู้สึกว่าเป็นคนโหดร้าย นี่คือหานเซี่ยวหลง

หานเซี่ยวหลงเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน “หยิงหยิงคืนนี้มีงานเลี้ยง เจ้าสนใจจะไปกับข้าหรือไม่”

เมิ่งหยิงหยิงส่ายหัว “ช่วงนี้ข้ายุ่งมากอีกอย่างข้าเต้นรำไม่เป็น ข้าคงไม่ไปกับเจ้าหรอก”

แววตาของหานเซี่ยวหลงหรี่แคบ แสดงออกถึงความไม่พอใจ

“ช่างน่าเสียดายจริง ๆ”

เมิ่งหยิงหยิงไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอรีบเดินจากไปอย่างรีบร้อนทันที

แววตาของหานเซี่ยวหลงแสดงถึงความต้องการอย่างเต็มเปี่ยม ช่วงขายาวเนียนเรียบ สะโพกกลมกลึงได้รูป หน้าอกอวบอิ่ม (ความคิดของหานเซี่ยวหลง) ริมฝีปากของเขาโค้งงอเผยรอยยิ้มที่หนาวเย็น

เจ้าจะหยิ่งยะโสแบบนี้ไปได้อีกสักกี่วันกัน

หอการค้าเมฆาใต้อยู่ในช่วงขาลงช่วงสุดท้ายแล้ว

เมื่อหอการค้าเมฆาใต้จบสิ้น พวกเจ้าสองพี่น้อง ก็จะสูญเสียแนวป้องกัน ถึงวันนั้นก็จะเป็นได้ก็แค่ของเล่นของคุณชายอย่างข้า

หานเซี่ยวหลงคิดถึงว่าเมิ่งหยิงหยิงทั้งสาวและมีรูปร่างสวย ส่วนเมิ่งชิงหวู่นั้นดูภูมิฐานและสง่างาม ร่างกายของเขาก็แสดงปฏิกิริยาทันที เขาแทบไม่สามารถรอได้ เมื่อถึงวันที่หญิงสาวทั้งสองกลายเป็นผู้หญิงของเขา

“เอ๊ะ…นี่มันคืออะไร”

นี่เป็นการบ้านของเมิ่งหยิงหยิง หานเซี่ยวหลงพบว่ามีการระบุ ถึงข้อผิดพลาดของยันต์จารึกบอลเพลิง ยันต์จารึกบอลเพลิงทั้งแผ่น มีกากบาทสีแดงขนาดใหญ่อยู่ จากนั้นด้านหลังเผยให้เห็นการเขียนรูปแบบใหม่ของยันต์จารึก ความแตกต่างของโครงสร้างของยันต์ทั้งสองนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว

“ไร้สาระ ช่างไร้สาระมากจริงๆ เธอไม่น่าคัดลอกการออกแบบยันต์จารึกมาแบบนี้”

หานเซี่ยวหลงเผยรอยยิ้มแสดงการดูถูก หอการค้าวารีดำก็ขายยันต์เวทย์จารึกเป็นหลัก นอกจากนั้นเขาเองก็เป็นหนึ่งในศิษย์หลักของซางหลี่ชิง เขาตระหนักดีถึงหลักการทำงานของยันต์เวทย์จารึก

การศึกษายันต์เวทย์จารึกเกิดขึ้นมาตั้งแต่หลายหมื่นปีก่อน ยันต์เวทย์จารึกได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งยันต์จารึกระดับต่ำได้รับการปรับปรุงแก้ไขมาตลอดโดยบรรพบุรุษเป็นเวลาหลายพันปี

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแม้ 1% ก็เป็นเรื่องยากแม้แต่คนที่มีความรู้เช่นซางหลี่ชิง

เมิ่งหยิงหยิงเป็นใครกัน ถึงกับคิดสร้างรูปแบบ ปรับปรุงแผนผังยันต์จารึกใหม่ ช่างไม่เจียมตัวจริงๆ

นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องตลกอันยิ่งใหญ่หรอกหรือ

“หยาบเกินไป”

“หยาบเกินไป”

“เอาขยะเหล่านี้ไปเผาไฟให้หมด”

“เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถหลีกเลี่ยงการคัดออก เพียงเพราะการคัดลอกแผนผังแบบสุ่มจากหนังสือนะเหรอ”

หานเซี่ยวหลงผลักการบ้านเมิ่งหยิงหยิงออกห่าง และสั่งศิษย์รุ่นน้องสองคนซึ่งเเป็นผู้ช่วยรับผิดชอบในการคัดกรอกศิษย์สามัญ ให้นำแผนผังที่เมิงหยิงหยิงวางส่งไว้ทั้งหมดไปเผา

“ระดับของเมิ่งหยิงสำหรับการคัดเลือกครั้งนี้คือศูนย์ และหมายเหตุพิเศษลงไป เมิ่งหยิงหยิงไม่ตั้งใจเรียน การบ้านที่ทำมาเต็มไปด้วยคำตอบที่ไม่เกี่ยวข้อง ทุจริตและเลวทราม แนะนำให้ลงโทษอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อชื่อเสียงของสมาคม”

“ขอรับศิษย์พี่”

ศิษย์รุ่นน้องทั้งสองได้ลงนามในหนังสือตรวจวัดระดับอย่างรวดเร็ว พวกเขาเห็นว่าการบ้านของเมิ่งหยิงหยิงนั้นแปลกมาก แต่ด้วยภูมิหลังของหานเชียวหลงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและที่พวกเขาจะกล้าคิดต่อต้าน พวกเขาไม่ต้องการหาเรื่องใส่ตัว

แต่…ไม่ใช่ว่าศิษย์พี่กำลังตามเกี้ยวเมิ่งหยิงหยิงอยู่หรอกเหรอ

แต่ทำไมจู่ๆ เขาถึงกลายเป็นคนโหดร้ายกับเธอ

ทั้งสองไม่ไกล้าคิดมากเกินไป พวกเขาเผาแผนผังยันต์จารึกจนกลายเป็นขี้เถ้าทีละแผ่น พวกเขาไม่รู้ว่าแต่ละแผ่นที่พวกเขาโยนลงไปในกองไฟในขณะนี้ เป็นสาระสำคัญของภูมิปัญญาหลายหมื่นปีจากโลกอนาคต!

(โลกเดิมของที่ฉู่เทียนจากมา ก็เป็นโลกแห่งเวทมนต์ มีสัตว์อสูรเหมือน แต่ในยุคนั้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี่ก้าวหน้าถึงขีดสุด)

แม้แต่มูลค่าของแผนผังยันต์จารึกสิบแผ่นของพวกเขารวมกัน ก็ยังเทียบไม่ได้กับมูลค่าหนึ่งในสิบของยันต์จารึกแผ่นเดียวที่พวกเขากำลังเผา

หานเซี่ยวหลงมีแผนใหม่ในใจของเขา เขารีบตรงไปยังห้องปฏิบัติการวิจัยของอาจารย์ซางหลี่ชิงทันที

ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเป็นชายชราที่สวมเสื้อสีขาว สวมหน้ากาก กำลังนั่งใช้ความคิดอย่างกระวนกระวายอยู่ ผมขาวยุ่งเหยิงใบหน้าเรียวยาวและซีด แววตาแดงก่ำจนเห็นเส้นเลือด ราวกับว่าเขาไม่ได้หลับนอนมาเป็นเวลาหลายวัน มือของเขาจับปากกาอย่างคนกำลังใช้ความคิดว่าจะเขียนอะไรลงไปดี

บนโต๊ะเต็มไปด้วยความสับสนยุ่งเหยิง มีหนังสือเกี่ยวกับยันต์จารึกหนาหนักวางอยู่หลายสิบเล่ม และมีร่างแผนผังยันต์จารึกอีกหลายสิบแผ่น

ซางหลี่ชิงได้ยินเสียงเปิดประตูก็ไม่พอใจเขาตำหนิและกล่าวว่า “เจ้าต้องการอะไร ไม่เห็นหรือไงว่าข้ากำลังยุ่งอยู่”

หานเซี่ยวหลงยังคงเดินตรงเข้าไปหาและกล่าวว่า

“ท่านอาจารย์ ศิษย์ได้ตรวจสอบการบ้านของเดือนที่แล้ว โดยรวมถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็มีคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีความรู้และยังไม่ใส่ใจ นี่คือหนังสือหนังสือลงนามการคัดกรอง ท่านอาจารย์โปรดตรวจสอบ”

ซางหลี่ชิงจดจ่ออยู่กับการคิดแก้ปัญหาแผนผังที่อยู่เบื้องหน้า จึงไม่ใส่ใจมากนัก เขาแค่กวาดตามองผ่านๆ โบกมือแล้วกล่าวว่า

“ถ้าเด็กคนนี้ไม่สนใจอยากเรียนรู้ ก็ไม่ต้องไปผืนบังคับ คืนค่าเล่าเรียนให้เธอและบอกเธอไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”

สีหน้าหานเซี่ยวหลงเปล่งประกายด้วยความพึงพอใจ

“เธอมาจากตระกูลหอการค้าเมฆาใต้”

ซางหลี่ชิงทำท่าเหมือนจะขบคิดอีกเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

“เสียเวลาเปล่ากับคนโง่ ทั้งยังไม่ขยั่นใฝ่หาความรู้ แล้วยังกล้าปรากฏตัวต่อสาธารณะชน เป็นเรื่องดีที่จะให้เธอกลับบ้านไป เขียนจดหมายสักฉบับแนบไปให้พี่สาวของเธอ ทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับน้องสาวของเธอที่จะเรียนที่นี่ แล้วทำกรณีนี้ให้เป็นกรณีตัวอย่าง ใช้ในการแก้ไขรูปแบบการศึกษาของนักเรียนคนอื่น ๆ ให้ทุกคนจำไว้เป็นบทเรียน! ตอนนี้ไปดำเนินการได้แล้ว”

“ขอรับท่านอาจารย์”

ไม่น่าเชื่อว่าทุกอย่างมันจะง่ายขนาดนี้

หอการค้าเมฆาใต้มาถึงจุดจบโดยสมบูรณ์…เร็วกว่าที่คิด

หานเซี่ยวหลงรู้ว่าหนานกงหยุนกับเมิ่งหยิงหยิงสนิทสนมกัน เพื่อป้องกันความผิดพลาดใดๆ ที่จะเกิดขึ้น เขาจึงเดินตรงไปยังห้องที่หนานกงหยุนกำลังสอนอยู่ทันที และเปิดประตูเข้าไปโดยไม่มีการเตือน

หนานกงหยุนยกคิ้วสูง “เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังสอนอยู่ ออกไปเดี๋ยวนี้”

“ศิษย์พี่ได้โปรดอย่าเพิ่งโมโห ข้ามาเพื่อถ่ายทอดคำสั่งของท่านอาจารย์”

หานเซี่ยวหลงไม่กล้ารุกรานสัตว์ประหลาดเช่นหนานกงหยุน เขารีบอ้างชื่อของอาจารย์ซางหลี่ชิง และทันทีที่กล่าวจบเขาก็ชี้ไปที่เมิ่งหยิงหยิงแล้วตะโกนว่า

“เมิ่งหยิงหยิงในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาในสมาคมการสอน เจ้ามีการเรียนรู้โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำสุด ทั้งยังไม่สนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมจึงไม่ประสบณ์ความสำเร็จใด ๆ ทั้งสิ้น เจ้าจึงถูกไล่ออก การใล่ออกในครั้งนี้จะทำการประกาศให้ทุกคนในสมาคมได้รับรู้โดยทั่วกัน เพื่อเป็นบทเรียนที่ดีให้กับศิษย์คนอื่น ๆ”

หนานกงหยุนโกรธมาก “หานเซี่ยวหลงเจ้าหมายความว่าไง”

“นี่เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์พูดไม่ใช่ข้า หรือเจ้าจะไปสอบถามอาจารย์ด้วยตัวเองก็ได้”

หานเซี่ยวหลงยืนกอดอก หันไปพูดกับเมิ่งหยิงหยิงต่อ

“อาจารย์เป็นคนชอบธรรมดังนั้นจึงได้คืนค่าเล่าเรียนทั้งสี่ปีรวม 2,000 เหรียญทองให้กับเจ้า ถ้าเจ้ายังไม่เข้าใจ ข้าจะพูดซ้ำอีกครั้ง เจ้าถูกไล่ออกจากโรงเรียน เจ้าไม่จำเป็นต้องมาเรียนที่นี่อีกต่อไป”

คำพูดของเขาทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในห้องเรียน

“ฮ่าๆๆ ..มันก็จบลงแล้วสำหรับเมิ่งหยิงหยิง”

“เธอเพียงแต่ใช้เงินของตระกูลเพื่อให้กลายเป็นศิษย์ของที่นี่”

“อาจารย์ซางช่างเป็นคนดีจริง อุตส่าห์คืนค่าเล่าเรียนทั้งหมดให้กับเธอ เท่ากับ 4 ปีที่ผ่านมาเธอเรียนฟรีนะซิ”

“……”

ใบหน้าเมิ่งหยิงหยิงซีดขาวเหมือนกระดาษ ดูเศร้าหมองเธอกัดริมฝีปากสะกดกลั่นน้ำตา คว้ากระเป๋าเดินออกไปเหมือนคนที่สูญเสียจิตวิญญาณ พยายามไม่สนใจเสียงเสียดสีเยาะเย้ยของคนอื่นๆ ที่ดังตามหลังเธอ

หนานกงหยุนขมวดคิ้ว ถอนหายใจยาว

เมิ่งหยิงหยิงถือกระเป๋าใส่เหรียญ เดินออกจากสมาคมการสอนเหมือนหุ่นไม่มีชีวิต เธอไม่สนใจเสียงเยาะเย้ยถากถางของคนอื่น แต่เธอจะกล้าเผชิญหน้ากับพี่สาวของเธอได้อย่างไง

เรื่องนี้เมื่อถูกประกาศแพร่กระจายไปทั่วเมือง จะทำให้ตระกูลของเธอได้รับความอับอาย

หานเซี่ยวหลงเห็นเมิ่งหยิงหยิงมีท่าทางแปลกๆ เหมือนคนสูญเสียจิตวิญญาณเขาก็รู้สึกสุขใจ

“หยิงหยิงอย่าได้โทษข้า นี่เป็นคำสั่งของอาจารย์ ข้าไม่สามารถฝ่าฝืนได้”

เมิ่งหยิงหยิงยังคงเงียบ

หานเซี่ยวหลงแกล้งพูดดี แต่เจตนาคือราดน้ำเกลือลงบนบาดแผลของเธอ

“เมิ่งชิงหวู่ตั้งความหวังในตัวของเจ้าไว้สูง เธอใช้เส้นสายและเหรียญทองเป็นจำนวนมาก เพื่อให้เจ้ากลายเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ซางหลี่ชิง โดยหวังว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะมีโอกาสกลายเป็นศิษย์หลักอย่างเป็นทางการของเขา ความหวังที่จะฟื้นฟูหอการค้าเมฆาใต้จะล้มเหลวและพังทลาย เมื่อเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป เมิ่งชิงหวู่ไม่เพียงแต่เสียหน้า แต่เธอจะผิดหวังในตัวเจ้ามาก”

เมิ่งหยิงหยิงน้ำตาใหลพราก “มันสายไปแล้วใช่มั้ย ข้าไม่ต้องการทำให้ท่านพี่ผิดหวัง”

หานเซี่ยวหลงกวาดตามองรูปร่างที่สวยงามของเมิ่งหยิงหยิง

“มันยังไม่สาย มันขึ้นอยู่กับตัวเจ้าถ้าเจ้ายินดี ทำตามคำแนะนำของข้า”

หัวใจเมิ่งหยิงหยิงลุกโชนไปด้วยความหวัง

หานเซี่ยวหลงเริ่มเผยภาพลักษณ์ที่น่ากลัว “เจ้าแน่ใจหรือ”

“ได้โปรดช่วยข้าด้วย ข้าขอร้องเจ้าละ”

“จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ”

หานเซี่ยวหลงจ้องมองที่หน้าอกอวบอิ่มของเมิ่งหยิงหยิงและกล่าวต่อว่า

“แค่เจ้านอนกับข้าสักสองสามคืนแล้วข้าจะช่วยเจ้า พูดโน้มน้าวอาจารย์ให้ บวกกับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับหนานกงหยุน เพราะเราสองคนเป็นศิษย์หลักที่มีค่าที่สุดของอาจารย์ ด้วยการช่วยกันไกล่เกลี่ยทุกอย่างย่อมมีทางเป็นไปได้ แล้วก็………”

เมิ่งหยิงหยิงโกรธมาก “เจ้า … เจ้ามันคนน่ารังเกียจๆ ไร้ยางอายที่สุด”

หานเซี่ยวหลงเปิดเผยความคิดภายในใจอันชั่วร้ายของเขาอย่างเต็มรูปแบบ เพราะการดำรงอยู่ของหอการค้าเมฆาใต้คงจบสิ้นแล้ว พี่สาวน้องสาวทั้งสองก็จบสิ้นไปด้วยเช่นกัน จึงไม่มีจำเป็นต้องซ่อนไพ่ลับใดๆ อีก

“ได้ ได้…ตามสบายข้าให้โอกาสแก่เจ้าแล้ว แต่เจ้ากลับปฏิเสธมันเอง ต่อไปก็อย่าตำหนิข้า แต่ข้าจะบอกเจ้าเอาไว้ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะเป็นฝ่ายขอให้ข้าไปนอนกับเจ้าด้วยตัวเอง”

“หุบปาก…”

หลังจากเมิ่งหยิงหยิงเห็นด้านที่น่าเกลียดของหานเซี่ยวหลง สังหรณ์ใจในเรื่องร้ายก็ปรากฏขึ้นในใจเธอ เธอรีบวิ่งจากไปทันที เธอไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่อแม้แต่อึดใจเดียว เธอต้องการกลับบ้านให้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

 

ใส่ความเห็น


Top
error: Content is protected !!