ขนาดตัวอักษร

MTR : บทที่ 2. เมิ่งชิงหวู่

 1688 Views

“หยิงหยิงเจ้าหลับอยู่หรือเปล่า

เสียงสดใสถามดังมาจากหน้าประตู เป็นเสียงไพเราะของหญิงสาว เสียงอันน่าหลงใหลดั่งเช่นกับเสียงของไซเรนที่ร้องเพลงลึกลับในท้องทะเล

‘ปกติท่านพี่จะไม่เคยมาเยี่ยมข้าในช่วงดึกอย่างนี้นี่นา วันนี้ทำไมเธอถึงมา’

เมิ่งหยิงหยิงรีบตะโกนตอบว่า “ข้า ข้า ข้า … ข้าหลับไปตื่นหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งตัว”

เมิ่งหยิงหยิงผลักดันฉู่เทียนลงบนเตียงและกระซิบว่า

“ข้าไม่สามารถทำอะไรได้แล้วตอนนี้ เจ้านอนบนเตียงนี่และอย่าพยายามขยับ”

เมิ่งหยิงเก็บรองเท้าและเสื้อคลุมของฉู่เทียนซ่อนไว้ใต้เตียง พร้อมกับปลดแถบผ้าคาดศีรษะ ผมสีดำนิลยาวสลวยเป็นแพยาวไหลตกลงมากลางหลัง เธอรีบถอดรองเท้าและคลานกลับขึ้นเตียง ก่อนอื่นเธอคลุมตัวเธอและฉู่เทียนด้วยผ้าห่มผืนใหญ่ จากนั้นปล่อยผ้าผูกม่าน ม่านสีชมพูคลุมเตียงเห็นภายนอกเพียงเลือนลาง

กลิ่นหอมสดชื่นกระพือเข้าปะทะจมูกของฉู่เทียน

ร่างที่งดงามของหญิงสาวทอดลงนอนที่ข้างๆ เขา ขาคู่เรียวสวยผิวเรียบเนียนกับไม่มีรูขุมขนเพียงพอที่จะทำให้หัวใจเขาสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง
ฉากนี้มันสุ่มเสี่ยงน่าตื่นเต้นและน่าดึงดูดมากเกินไป

ฉู่เทียนพบว่ามันยากมากที่จะปราบปรามสัญชาตญาณที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของเขา

ในขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าของพี่สาวเมิ่งหยิงหยิงก็เริ่มดังเข้าใกล้เข้ามา เมิ่งหยิงหยิงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ เธอพยายามหดตัวให้เล็กมากที่สุด แต่เมื่อร่างเธอกระทบเข้ากับร่างของฉู่เทียน เธอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแข็งๆ กดทับสะโพกของเธอ เธอตกใจมากจากนั้นจึงเกิดปฏิกิริยาตอบสนองที่ไม่สามารถควบคุมได้ทันที

ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงก่ำ

เมิ่งหยิงหยิงเกือบจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ

ฉู่เทียนแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เขาวางแขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวแน่น ขณะที่มืออีกข้างปิดปากเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียงกรีดร้องดังเล็ดลอดออกมา การกระทำเช่นนี้ทำให้ร่างกายของพวกเขากลายเป็นใกล้ชิดกันมากขึ้น และกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง

“อิ่อ..อื่อ” เมิ่งหยิงหยิงยังคงส่งเสียงเบาๆ

เธอพยายามดิ้น ร่างกายของเธอนุ่มเหมือนปุยฝ้าย ฉู่เทียนรู้สึกตื่นเต้นและแทบจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เนื่องจากแก้มของเธอเริ่มเสียดสีกับร่างของเขา ร่างใหม่ของเขายังเด็กมากยังขาดและประสบการณ์และเต็มไปด้วยฮอร์โมนเพศ เขาแทบไม่อาจต่อต้านต่อสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเช่นนี้

“อย่าขยับตัว อย่าทำเสียงดัง” เขากระซิบ

เมิ่งหยิงหยิงยังคงทำเสียง “อื่อ..อื่อ” ในลำคอ

ฉู่เทียนตบสะโพกเธอเบาๆ แล้วกล่าวย้ำ “อย่าทำเสียงดัง”

เมิ่งหยิงหยิงยังคงร้องครางเบาๆ

หน้าตาอันหล่อเหลานั้นเอียงอยู่ข้างๆใบหน้าของเธอ ตาคู่สวยเช่นดวงดาวลึกลับ จ้องเข้าไปในดวงตาของเธอ จมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นของผู้ชายอันแปลกประหลาดสร้างความรู้สึกปั่นป่วนในหัวของเธอ

ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยมีการติดต่อ หรือถูกเนื้อต้องตัวกับบุรุษใดๆ มาก่อน การกระตุ้นที่แปลกประหลาดและรุนแรงเช่นนี้ทำให้ร่างกายของเธอเร่าร้อนและอึดอัด

พี่สาวเธอยังอยู่ด้านนอกหน้าประตูห้อง สถานการณ์ด้านในตอนนี้ค่อนข้างอันตราย แม้เธอจะไม่ชอบ แต่ขณะเดียวกัน เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นและเสียวซ่านในหัวใจ

เมิงหยิงหยิงแก้มแดง ตาของเธอรื้นน้ำตาและหัวใจของเธอเต้นโครมคราม

ฉู่เทียนสบถในใจ นี่มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ

เจ้าตัวน้อยกำลังเกิดอารมณ์ ถ้าเป็นแบบนี้

คราวนี้อาจจะต้องจ่ายด้วยชีวิตของเขา

แอดๆ (เสียงเปิดประตู) ประตูไม้เปิดออก

เมิ่งหยิงหยิงตื่นขึ้นมาจากความฝันของเธอและจ้องมองที่ฉู่เทียน และดึงมือของเขาออกจากปากของเธอ พยายามพูดตอบพี่สาวด้วยน้ำเสียงปกติ

“อา ท่านพี่วันนี้ทำไมถึงมาหาถึงที่นี่ได้ ขออภัยข้ายังแต่งตัวไม่เรียบร้อย”

ฉู่เทียนยังคงกอดเมิ่งหยิงหยิงด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง เมื่อเขามองผ่านลอดผ้าม่านสีชมพู เขามองเห็นภาพเงาเลือนลางที่เรียวยาวอย่างน้อย 1.72 เมตร เขามองไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่เขาก็สามารถมองเห็นเรียวขาคู่สวยอันน่าทึ่งได้

เพียงแค่เสียงไพเราะและขาเรียวงามคู่สมบูรณ์แบบของเธอก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ชายหลงใหล

“ก็แค่มีเรื่องบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจข้า ทำให้ข้านอนไม่หลับ ดังนั้นข้าจึงมาหาเจ้า ข้าเพียงมาเยี่ยมเท่านั้นเจ้าไม่ต้องลุกขึ้นมาหรอก”

หญิงสาวเดินเข้ามาช้าๆ ทอดขาเรียวยาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม่ใกลจากเตียง

เมิ่งหยิงใจเต้นแรงด้วยความตื่นกลัว ถ้าท่านพี่ของเธอเดินมาเปิดผ้าม่าน แน่นอนเธอจะต้องเห็นฉู่เทียนที่นอนทอดร่างแนบชิดอยู่กับเธอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีทางอธิบายได้

เมิ่งหยิงหยิงรู้สึกเครียดมาก

อันที่จริงฉู่เทียนเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

จะว่าไป โลกที่ผ่านมาถึงเขาจะไม่ใช่สุภาพบุรุษที่ดี ครึ่งชีวิตในโลกก่อนหน้า เขาสามารถทำและหาได้ทุกอย่างตามที่เขาต้องการ เขาเป็นคนที่ชอบทำตามใจตัวเองตลอดมา

ถ้าไม่ใช่เพราะการทดลองการเดินทางข้ามมิติที่ผิดพลาด และส่งเขากลับมาในยุคนี้ อาจจะด้วยเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ ๆ ส่งจิตวิญญาณของเขามาใส่ไว้ในเด็กชายอายุสิบกว่าปี ถ้าไม่เพราะพลังของเขาที่หายไป และเขากลับกลายเป็นเพียงข้าทาส

เหตุการณ์เหล่านี้ก็คงไม่เกิดขึ้นกับเขา

แต่มันไม่สำคัญแล้วละว่ามันเคยเกิดอะไรขึ้น ในตอนเขาจะขอเก็บเกี่ยวกำไรชีวิตเอาไว้ให้มากที่สุดก็แล้วกัน

ฉู่เทียนวางมือไว้บนต้นขาขาวอ่อนนุ่ม รู้สึกเหมือนกับต่อให้เขาลูบไล้ไปเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอเมิ่งหยิงหยิงพยายามซุกขาทั้งสองข้าง ร่างกายของเธอเกร็งตึงขึ้นแทบไม่กล้าปล่อยหายใจ นึกสาปแช่งฉู่เทียนอยู่ในใจหลายพันครั้ง ในความคิดของเธอ ฉู่เทียนกำลังเอาเปรียบเธออย่างน่าละอาย ลูบไล้สัมผัสขาของเธออย่างน่ารังเกียจ

เธอคิดและสาปแช่งในใจ ‘ข้าจะปล่อยให้เจ้าลูบขาของข้า แต่ถ้าเจ้าบังอาจจะจับช่วงบนลำตัวข้าละก็…’

แต่สิ่งที่น่าอับอายที่สุดสำหรับเธอ กลับเป็นบางอย่างแข็งๆ ที่ติดอยู่กับสะโพกของเธอ

ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าบ้า…นี่ยังคิดหาเศษหาเลยจากข้า!

อุกอาจที่สุด

อุกอาจที่สุด

ถ้าท่านพี่ของข้ารู้ว่าบนเตียงของข้าตอนนี้กำลังอะไรเกิดขึ้น เจ้าบ้านี่คงถูกสับเป็นหมื่นๆ ชิ้น นำไปเป็นอาหารเลี้ยงสุนัขแน่

เมิ่งหยิงหยิงเปิดผ้าม่านและยื่นศีรษะของเธอออกไป หน้าของเธอยังคงแดงก่ำ

“ท่านพี่อุตสาห์มาหาข้ากลางดึกอย่างนี้ มีเรื่องอะไรกันที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ”

คิ้วที่สวยของเมิ่งชิงหวู่ ถักเข้าหากันใบหน้าของเธอแสดงให้เห็นความกังวลใจ เธอไม่ได้สังเกตเห็นการแสดงออกที่แปลกประหลาดบนใบของหน้าน้องสาวของเธอ เธอถอนหายใจยาวและกล่าวว่า

“ข้าเป็นห่วงร้านขายยา ไม่มีใครที่ข้าสามารถไว้ใจได้ ข้าสามารถพูดได้แต่กับกับเจ้าเท่านั้น”

เมิ่งชิงหวู่เป็นผู้จัดการ ดูแลกิจการของตระกูลเมิ่ง

หอการค้าเมฆาใต้ เน้นขายยันต์เวทจารึกเป็นหลัก เมิ่งชิงหวู่ใช้เงินเป็นจำนวนมาก เพื่อให้น้องสาวสามารถกลายเป็นศิษย์สามัญของอาจารย์หลี่ซางชิง เพื่อที่ว่าเธอจะสามารถนำความรู้มาช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการของตระกูลในอนาตค หอการค้าเมฆาใต้ก่อตั้งโดยพ่อแม่ของเมิ่งชิงหวู่ ในยุคของความเจริญรุ่งเรืองหอการค้าเมฆาใต้ได้การผูกขาดตลาดยันต์เวทจารึกของเมืองเทียนหนานไว้เกือบทั้งหมด

เมื่อหกปีก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ความแข็งแกร่งหอการค้าเมฆาใต้ลดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็หอการค้านระดับรองของเมือง

ธุรกิจยันต์เวทจารึกของหอการค้าเมฆาใต้ยังคงสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ภายในมีระบบการบริหารที่แข็งแกร่งพอสมควร แต่เมิ่งชิงหวู่ยังคงต้องแสวงหาทางออก เธอวางแผนโดยการเปิดร้านขายยา ในทำเลที่ตั้งอยู่ในเมืองเทียนหนาน การลงทุนส่วนใหญ่จะดึงรายได้จากหอการค้าเมฆาใต้มา ทั้งอุปกรณ์ สมุนไพร สูตร รวมทั้งการจ้างนักปรุงยา

วิสัยทัศน์ของเมิ่งหยิงหยิงเริ่มเบลอ กระวนกระวายใจ และฟุ้งซ่านเธอถามทันทีว่า

“ร้านขายยาของเราเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ไม่ใช่ว่าธุรกิจกำลังดำเนินไปด้วยดีหรอกหรือท่านพี่ ถ้ายังดำเนินต่อไปแบบนี้เราก็จะสามารถเปิดสาขาใหม่ได้ในไม่ช้า สิ่งที่ท่านพี่กังวลเกี่ยวกับคือ………. “

เมิ่งชิงหวู่ส่ายหน้า “เพราะทุกอย่างมันอย่างราบรื่นเกินไป ทำให้ข้ารู้สึกกังวล เจ้าจำได้มั้ยเมื่อหกปีก่อน”

คำถามนี้เหมือนกับเหมือนสายน้ำเย็นเทราดลงบนตัวเธอ ทำให้ร่างกายของเมิ่งหยิงหยิงแทบกลายเป็นน้ำแข็ง สีหน้าหลายเป็นหม่นหมองทันที

“ข้าจะลืมได้อย่างไร” ริมฝีปากของเมิ่งหยิงหยิงบิดเบี้ยว สั่นเล็กน้อยและพูดว่า

“ข้าเพิ่งอายุ 10 ขวบ ในเวลานั้นท่านพ่อและท่านแม่ได้จากพวกเราไป”

ใบหน้าสวยงามของเมิ่งชิงหวู่ ปกคลุมอยู่ในชั้นของน้ำแข็งกระซิบเบาๆ ว่า “ข้าสงสัยเสมอว่าท่านพ่อและท่านแม่ไม่ได้ถูกสังหารโดยสัตว์อสูร แต่พวกท่านถูกสังหารโดยฝีมือมนุษย์ หลังจากนั้นข้าก็ได้แอบตรวจสอบมมาตลอด หลายปีที่ผ่านมานี้ข้ามีความคืบหน้า แต่ข้าไม่สามารถหาหลักฐานได้”

เมิ่งหยิงหยิงตัวสั่นสั่น “ท่านพ่อท่านแม่ ของพวกเราถูกสังหารงั้นเหรอ”

“เจ้าอายุสิบหกแล้ว เติบโตขึ้นมาตามธรรมเนียมของดินแดนนี้ ดังนั้นข้าจะไม่ปิดบังเรื่องนี้กับเจ้าอีกต่อไป “

เมิงชิงหวู่กำหมัดแน่น “หลังจากที่ท่านพ่อท่านแม่ของพวกเราเสียชีวิต ท่านลุงก็รีบถอนตัวและขอรับทรัพย์ในส่วนของเขา นักประดิษฐ์ยันต์จารึกหลายคนลาออก ความลับการสร้างยันต์เวทจารึกรั่วใหล คู่ค้าของเราเกือบทั้งหมดตัดการซื้อขายกับเรา ทั้งสินค้าและการตลาดเสียหาย กำไรลดลงถึง 80% เจ้ายังคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ”

“ถ้างั้นหมายความว่า..”

“พวกเขาวางแผนไว้เป็นอย่างดี แต่สิ่งเดียวที่พวกเขาลืมไป นั่นคือตัวข้า”

เมิ่งหยิงหยิงในที่สุดก็ตระหนักว่าในหลายปีที่ผ่านมา พี่สาวของเธอผ่านวันเวลาที่ยากบำบากมายังไงบ้าง

“ท่านพี่ข้ามันช่างไร้ประโยชน์จริงๆ ท่านในตอนนั้นอายุแค่ 16 ปี แต่ท่านกลับสามารถรับภาระอันหนักอึ้งของตระกูล ทั้งที่อยู่ในช่วงวิกฤต ตรงกันข้ามกับข้าที่ไม่รู้อะไรเลย แถมยังไม่สนใจการเรียน มัวแต่เล่น ใช้เงินเป็นว่าเล่น ข้า……..อื่อๆๆ”

เพราะอารมณ์ที่ยุ่งเหยิง เมิ่งหยิงหยิงเกือบจะเผลอทำบางอย่างที่อาจเปิดเผยตัวฉู่เทียนเมื่อเห็นว่าเป็นเหตุฉุกเฉินมือขวาของฉู่เทียนยกขึ้นกำไปรอบอกของเธอทันที

เมิ่งหยิงหยิงตาค้างเสียงหยุดลง ใบหน้าของเธออีกครั้งกลายเป็นสีแดงก่ำ ร่างกายของเธออ่อนไหวมาก โดยเฉพาะบริเวณต้องห้ามอันศักดิ์สิทธิ์ เธอรู้สึกเหมือนมีอาการชาทะลุผ่านร่าง แต่เธอไม่สามารถทำอย่างไรได้ พยายามอดกลั้นกัดฟันไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมา

เจ้าบ้านี่ … .. แม้ช่วงเวลาอย่างนี้ยังกล้าที่จะจับหน้าอกของข้า

เมิ่งชิงหวู่คิดว่าน้องสาวรู้สึกอับอายกับตัวเอง หลังจากได้สังเกตเห็นน้ำตาในดวงตาของเธอและใบหน้าสีแดงสดใสของเธอ เธอยินดีเป็นอย่างยิ่ง น้องสาวที่ดูอ่อนเยาว์และร่าเริงคนนี้ได้เติบโตเต็มที่แล้ว

ตระกูลเย่! คือหนึ่งในตระกูลยักษ์ใหญ่!

พวกเขาเป็นตระกูลทหารจับจ้าง พวกเขามีสามกลุ่มและแต่ละกลุ่ม มีกองกำลังมากถึงประมาณหนึ่งหมื่นคน

ถ้าตระกูลเย่เป็นคนบงการแล้วก็ ไม่มีทางที่ตระกูลเมิ่งจะ..ไม่ต้องพูดถึงการแก้แค้น แม้แต่คิดจะต่อต้านก็ยังทำไม่ได้

เมิ่งชิงหวู่กล่าวต่อว่า

“กว่าครึ่งหนึ่งของช่างฝีมือการสร้างยันต์เวทจารึกของเราได้ถอนตัวและเข้าร่วมหอการค้าวารีดำ ซึ่งทำให้พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว จากที่ข้ารู้มาหอการค้าวารีดำบริหารโดยตระกูลหาน ซึ่งมีตระกูลเย่อยู่เบื้องหลัง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะอธิบายการเติบโตอย่างรวดเร็วของหอการค้าวารีดำได้อย่างไร”

 

เมิ่งหยิงหยิงก้มหน้ากัดฟันและกล่าวว่า “ท่านพี่พวกเราต้องแก้แค้น”

“เรื่องการแก้แค้นพวกเราจะใจร้อนไม่ได้ เพราะข้ารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เรื่องที่ข้าไม่สบายใจข้าสังหรห์ว่าอาจจะเกิดปัญหาใหญ่อีกครั้งในเร็ว ๆ นี้”

ด้านนอกผ้าม่านเมิ่งหยิงชิงหวู่ยืนขึ้น

“หยิงหยิง เจ้าต้องสัญญากับข้า เจ้าต้องขยั่นเล่าเรียนแล้วก็เป็นศิษย์หลักขออาจารย์ซางหลี่ชิงให้ได้ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ อันตราย ด้วยชื่อเสียงและอิทธิของอาจารย์ มันจะช่วยให้เจ้าปลอดภัย”

เมิ่งหยิงหยิงรู้สึกแย่มากเธอรู้ว่าท่านพี่ของเธอจะสุขภาพไม่ดี แต่เธอก็ยังต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของตระกูล

‘ท่านพี่ให้ข้าไปเรียนกับอาจารย์ซาง ที่แท้ก็ไม่ได้หวังให้ข้าช่วยงานของตระกูล กลับเป็นการวางแผนเพื่อความปลอดภัยของข้า หลังจากที่ตระหนักถึง อันตรายบางอย่างต่างหาก’

“ท่านพี่ท่านจะไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

“เด็กโง่ ข้าไม่ใช่คนอ่อนแอ เมื่อหกปีก่อนในสถานการณ์เลวร้ายข้ายังสามารถผ่านมันมาได้ ข้าต้องการจะเห็นว่าพวกมันจะใช้แผนการอะไรเพื่อทำร้ายพวกเราได้อีก อื่ม..ดึกมากแล้วเจ้านอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ไม่ไปโรงเรียนสาย”

“ค่ะท่านพี่”

“อาจารย์เป็นคนที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อตัวเจ้าเองหรือเพื่อตระกูลเจ้าจะต้องตั้งใจเรียนให้ดี เข้าใจหรือไม่”

“หยิงหยิงเข้าใจแล้วท่านพี่ ท่านพี่ก็ไม่สบายร่างกายไม่แข็งแรง ท่านก็ควรจะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน”

“เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าเคยชินกับมัน ข้าไม่เป็นไรหรอก”

เมิ่งชิงหวู่ชวนเมิ่งหยิงหยิงคุยต่ออีกครู่ จากนั้นพาร่างสูงเพรียวก้าวออกจากห้องไป

เมิ่งหยิงหยิงรู้สึกหดหู่ เธอเงียบไปหลายวินาทีจากนั้นจึงเริ่มร้องไห้

“อย่าร้องไห้ๆ ทุกอย่างต้องไม่มีปัญหาแน่นอน”

เมิ่งหยิงหยิงปล่อยให้ฉู่เทียนกอดปลอบ มันอบอุ่นและสบาย เธอปล่อยใจมีส่วนร่วมด้วยนิดหน่อย

“นี่มันผิด”

“นานแค่ไหนแล้วที่เจ้ากอดข้าอยู่ยังงี้”

แม้ว่าเมิ่งหยิงหยิงต้องการซบใหลใครสักคนเพื่อร้องไห้ในเวลานี้ เธอแค่อยากจะร้องไห้ดังๆ แต่กับเจ้าคนที่หยาบคายคนนี้ คนที่กล้าใช้ประโยชน์จากเธอ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ข้าไม่ต้องการ ร่างกายของข้าบริสุทธิ์และไม่มีมลทิน กลับโดนเจ้าคนชั่วร้ายนี่ทำให้มัวหมอง

“ฮ่าๆ ช่วยไม่ได้จริง” ฉู่เทียนหัวเราะอย่างเลวร้าย เขาลุกอย่างไม่เต็มใจออกจากเตียง “ขอโทษขอโทษแต่ถ้าข้าไม่ทำอย่างนั้น ข้าอาจจะตายก็ได้”

เมิ่งหยิงหยิงเศร้ามาก แต่ผู้ชายคนนี้กลับหัวเราะใส่เธออย่างชั่วร้าย เธอโกรธและจ้องมองไปยังช่วงล่างของเขา

“ไม่สามารถช่วยได้เหรอ”

ฉู่เทียนรีบหนีบขา ถึงแม้เขาจะเป็นผู้ชายแต่โดนเจ้าเด็กหญิงนี่จ้องตรงๆ เขาก็เริ่มอายเป็นเหมือนกัน

“นี่มันเป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติและไม่สามารถควบคุมได้ มันไม่เหมือนกันกับเจ้า”

“ไร้สาระ..ข้าไม่หน้าด้านเหมือนเจ้าต่างหากละ”

“แต่…..”

เมิ่งหยิงหยิงโกรธมาก “ไม่มีแต่! ถ้าเจ้าไม่หุบปากข้าจะ … ข้าจะตีเจ้า “

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! คุณหนูสองจะตีข้า”

ฉู่เทียนวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

เมิ่งหยิงหยิงเห็นฉู่เทียนวิ่งออกไปอย่างหวาดกลัวเธอรู้สึกขบขัน ผู้ชายคนนี้มาจากไหนกัน

………………

เมื่อฉู่เทียนวิ่งออกมายังสนามหญ้า

เขาหยุดวิ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและสงบกลับคืนสู่สภาพเดิมของเขา เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าใกล ตำแหน่งและวิถีของดวงดาวยังคงอยู่เหมือนเดิม เช่นเดียวกับที่อยู่ในความทรงจำของเขา เฉพาะสภาพแวดล้อมเท่านั้นที่ไม่รู้จักและไม่คุ้นเคย

ในโลกนี้ไม่มีใครเชื่อว่าจิตวิญญาณของฉู่เทียน มาจากหลายหมื่นปีจากโลกอนาคต

ใช่แล้ว !

เขาไม่ไช่คนของที่นี่เขามาจากโลกอนาคต

เขาเป็นจอมเวทย์ที่มีอายุน้อยที่สุด เป็นอัจฉริยะที่อายุน้อยที่สุดในยุคนั้น เขาเป็นคนมีนิสัยสบายๆ ปราศจากความกังวลใดๆ ไม่สนกฏเกณฑ์ใดๆ ทำทุกอย่างตามที่ใจปราถนา เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะในรอบหลายพันปี

ในระหว่างการทดลองกับช่องวางมิติ อุบัติเหตุเกิดขึ้น เขาถูกลากเข้าไปในช่องว่างนั่น เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น เมื่อรู้ตัวอีกที เขาได้เข้า มาอยู่ในร่างเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว ไม่เพียงแต่พลังอำนาจของเขาที่หายไป แต่เขายังกลับกลายเป็นทาส

สัญญาทาสเป็นคุณลักษณะการควบคุมที่สำคัญของโลกยุคนี้

พื้นฐานของสัญญาทาสคือการตัดส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของทาสและใช้เวทย์ผนึกไว้ในสัญญา เจ้าของทาสจะใช้ข้อจำกัดเวทย์ผนึกตามสัญญาของเขา เพื่อควบคุมทาส

“พยายามที่จะควบคุมข้าด้วยเทคนิคที่ล้าสมัยเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี” ฉู่เทียนคิดถึงสัญญาจิตวิญญาณที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้ของยุคนี้

“เมื่อไหร่ที่ข้าสามารถเข้าถึงอาณาจักรจิตวิญญาณได้ ข้าจะทำลายขัอจำกัดในสัญญาได้อย่างง่ายดาย อื่ม..แต่ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างน่าสนใจดี ข้าน่าจะถือโอกาสนี้ใช้เวลานี้ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตที่แตกต่างกันของโลกในยุคนี้”

ธรรมชาติของฉู่เทียนเป็นคนง่ายๆ ใหลไปตามกระแสของสถานการณ์ เขาไม่เพียงแต่เป็นคนที่รักความยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นคนมองโลกในแง่ดีอีกด้วย

เข้าเข้าใจอย่างชัดเจนดี..ว่า

ตอนนี้เขาได้ย้อนกลับมาในอีกยุคหนึ่งแล้ว เขายอมรับและจะสนุกกับมัน….กับชีวิตใหม่ของเขาที่นี่

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังต้องการที่จะเป็นใหญ่ภายใต้ดาวดวงนี้ เขาจะใช้ความรู้ของเขาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ เขาต้องการที่จะเห็นว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเขา โลกใบนี้จะเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดไหน

 

 

ใส่ความเห็น


Top
error: Content is protected !!