ขนาดตัวอักษร

ศึกบัลลังก์เทพเจ้า : บทที่ 1. บุรุษหนุ่มลึกลับ

 49 Views

ค่ำคืนในยามดึกสงัด แสงจันทร์สะท้อนแสงเป็นระลอกบนผิวน้ำ สภาพแวดล้อมนิ่งและเงียบสงบ เด็กสาวคนหนึ่งก้าวออกจากห้องและแอบเดินออกไปเปิดประตูสนามหลังบ้าน แก้มแดงเรียบเปล่งปลั่งของเธอยากที่จะซ่อนความกังวลใจ ความคาดหวังและความลำบากบางอย่างของเธอ ชุดของหญิงสาวดูเรียบง่าย แต่เธอก็ยังดูน่าสนใจมาก เธอรูปร่างสูง หน้าแน่นเต่งตึงอก เอวเล็กกระชับของเธอเหมือนงูเต็มไปด้วยพลัง กระโปรงหนังสั้นปกคลุมไปที่ด้านล่างของเธอและแสดงให้เห็นถึงเส้นโค้งของสะโพกกลมของเธอ ต้นขาของเธอกลมและละเอียดอ่อนเหมือนหยก ขาวเรียวและตรงที่ไม่มีช่องว่างเต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์

ด้านหน้าเด็กหนุ่มอายุประมาณ 15 ถึง 16 ปี ยืนนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาสวยผิวสูงรูปร่างสูงและสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าไม่สามารถปกปิดความโดดเด่นของเขาได้ ดวงตาคู่ของเขาเปล่งเป็นประกายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่ส่องลงมาด้วยความลึกลับและความลึกซึ้ง

“ขอโทษที่ทำให้ต้องรอฉู่เทียน” เสียงของเมิงหยิงหยิงสั่นขณะที่เธอพูดว่า “ทุกคนหลับหมดแล้วเร็วเถอะเข้าไปที่ห้องของข้า”

เมิ่งหยิงหยิงค่อนข้างรู้สึกกังวล หนึ่งในเพื่อนผู้มีประสบการณ์ของเธอ เคยกล่าวไว้ว่าถ้าฉู่เทียนสามารถแสดงผลงานที่โดดเด่น เธอก็สามารถที่จะมีชีวิตที่แสนสบายและมีความสุข ถึงแม้เธอจะเป็นคนที่ค่อนข้างมีความเชื่อที่ล้าสมัยและค่อนข้างโง่ แต่ถ้ามีเงินแล้วคุณควรจะสนุกกับชีวิตทำตามความฝันของตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นเท่ากับปล่อยชีวิตให้สูญเสียคุณค่าไปโดยเปล่าประโยชน์ และกลายก็เป็นแค่เศษสวะของตระกูล

แต่ถ้าเธอพลาดและความผิดพลาดของเธอถูกเปิดเผย ชื่อเสียงของเธอคงถูกทำลายป่นปี้

แต่เมิ่งหยิงหยิงกลับพบว่าเป็นการยากที่จะต่อต้านความต้องการที่จะเสี่ยงและทดลอง เมื่ออายุประมาณ 12 หรือ 13 ปีเธอมักจะฝันและจินตนาการถึงการมีผู้คนมากมายล้อมรอบอยู่ข้างๆ

เมิ่งหยิงหยิงปิดประตู ท่าทางเธอดูแข็ง ๆ จมูกบางของเธอปกคลุมด้วยหยดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ และแก้มที่สวยงามเปล่งปลั่งของเธอแดงระเรือ เธอสวมชุดรัดส่วนช่วงท้องแน่นจนดันส่วนอกให้นูนเด่นเหมือนกับจะระเบิดออกมา มือเล็ก ๆ ของเธอชื้นและกำแน่นอยู่ตลอดเวลาอย่างไม่ทราบว่าจะวางตรงจุดไหน

ภายในห้องนอนสว่างและกว้างขวางตกแต่งอย่างหรูหราด้วยพื้นหินอ่อนและเตียงไม้แกะสลัก มีแสงแปลก ๆ ที่ปล่อยแสงอ่อนๆ มาจากผลึกที่แกะสลักเป็นรูปดอกบัวนับว่าเป็นชิ้นงานศิลปะที่ค่อนข้างสวยงาม ผนังห้องล้อมรอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังและที่โต๊ะเต็มไปด้วยหนังสือ ระแนงเตียงสีชมพูกับม่านที่เนื้อผ้าไหลลื่นปล่อยกลิ่นหอมจาง ๆ กระจายไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศอันโรแมนติกอันเป็นนิรันดร นี่เป็นสถานที่ที่ดีที่จะมีความสัมพันธ์

ฉู่เทียนถามอย่างฉับพลัน “นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าทำแบบนี้”

เมิ่งหยิงหยิงลดหน้าแดงขึ้น: “อึ่ม..ครั้งแรก”

ฉู่เทียนยิ้มและพูดว่า “ความมั่งคั่งที่ไร้ค่าเช่นเจ้าหายากมาก”

เมิ่งหยิงหยิงรู้สึกอายเล็กน้อยและถามด้วยเสียงดังเหมือนยุงว่า “นักค้าทาสบอกว่าเจ้าได้รับการฝึกอบรมเป็นพิเศษและเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ เจ้ามีประสบการณ์ด้านนี้จริงๆหรือไม่”

ฉู่เทียนยักไหล่ “ข้าเชื่อว่าไม่มีปัญหา”

เมิ่งหยิงหยิงพบว่าเมื่อ ฉู่เทียนพูดถึงทัศนคติของเขากลับไม่ได้แสดงถึงความต่ำต้อย คำพูดไม่ได้ช้าหรือเร็วเกินไป ไม่ใช่เหมือนทาสคนอื่น ๆ เขามีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนที่มีการศึกษาสูง นักค้าทาสบอกว่าฉู่เทียนเคยเป็นบุตรหลายตระกูลสุง แต่เนื่องจากสถานการณ์พิเศษสมาชิกในครอบครัวของเขาถูกสังหารทั้งหมด เขาถูกตามล่าจนต้องลดตัวลงมาเป็นทาสและในที่สุดก็ถูกซื้อตัวโดยเมิ่งหยิงหยิง

การปล่อยให้เด็กหนุ่มทำเรื่องแบบนี้ค่อนข้างน่าอาย…

แต่ใครจะสน

มีตำราหลายเล่มและม้วนกระดาษกองใหญ่วางซ้อนๆ กันอยู่บนโต๊ะ เมิ่งหยิงหยิงหัวเราะอายๆ “ข้าได้สะสมการบ้านทั้งหมดไว้ที่นี่แล้ว ท่านอาจารย์จะตรวจในวันพรุ่งนี้ ข้ายังไม่ได้ตอบปัญหาแม้แต่ข้อเดียว ข้าจะปล่อยให้เจ้าดูว่าเจ้าจะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้หรือไม่”

เธอใช้เงินที่เก็บสะสมถึงครึ่งปีเพื่อจ้างเขามา ถ้าเขาพิสูจน์ว่าเงินที่เสียไปนั้นคุ้มค่า นั้นจะทำให้เธอสบายใจ เมิ่งหยิงหยิงกำลังรอลุ้นอย่างกังวลใจ

“นี่มัฉู่เทียนมากกว่าที่ข้าคิดเลยนะเนี่ย”

ฉู่เทียนเปิดกระดาษยันต์ที่เต็มไปด้วยรูปทรงและลวดลายที่ซับซ้อน ปากของเขาเผยอยิ้มเผยร่องรอยของการดูถูก

“เจ้าควรไปนอน และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการบ้านเหล่านี้”

(ปล่อยให้จิ้นมาตั้งนาน ทั้งเขินอาย ทั้งถอดเสื้อ ที่แท้เด็กสาวจอมขี้เกียจจ้างคนมาช่วยทำการบ้าน ผู้แปลจิ้นไปแปดหลักกิโลแล้ว)

“อา..เจ้าไม่รู้จักมัน”

ใบหน้าของเมิ่งหยิงหยิงเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“นี่คือแผนผังยันต์จารึกลูกบอลเพลิงที่ยังไม่สำเร็จโครงสร้างของยันต์อยู่ในระดับ 1 มีความซับซ้อนเกินไปดังนั้นการซ่อมแซมจะเป็นเรื่องยาก เฉพาะผู้เชี่ยวชาญยันต์จารึกมืออาชีพเท่านั้นที่สามารถทำสิ่งนี้ได้ แต่ท่านอาจารย์ไม่ต้องการให้เราซ่อมแซมมันให้สมบูรณ์ แค่ตรวจสอบและแก้ไขบางจุดเท่านั้น ยันต์นี้มีข้อผิดพลาด 12 จุด แค่หาให้ได้ 5 จุดก็ถือว่าผ่าน ข้ามีตำราอ้างอิงเจ้าจะดูมั้ย”

ดวงตาสีเข้มของฉู่เทียนจ้องไปด้วยความประหลาดใจ “นี่ถือว่ายากแล้วเหรอ”

เมิ่งหยิงหยิงงงเล็กน้อย “อะไรมันเจ้าคิดว่าไม่ยาก”

“นี่มันแค่ปัญหาเด็กๆ” ฉู่เทียนหัวเราะ “สติปัญญาของมนุษย์ในยุคของพวกเจ้านี่ช่างแย่เอามากจริงๆ

เมิ่งหยิงหยิงสับสน “ยุคของพวกเราเจ้าหมายความว่าอย่างไร”

ฉู่เทียนรู้ว่าเขาเผลอพูดบางอย่างที่เขาไม่ควรพูด เลยเปลี่ยนเรื่องในทันทีว่า

“ตกลงเจ้าจะทำให้ข้าแก้ปัญหายันต์จารึกพวกนี้ใช่หรือไม่ ถ้างั้นเอายันต์แผ่นที่ยากที่สุดมาก่อนก็แล้วกัน”

“อาจารย์ของข้าคือซางหลี่ชิงเขาเป็นผู้นำของสมาคมเวทย์จารึกในเมือง เชี่ยวชาญการทำยุทธภัณฑ์เวทย์ เขามีชื่อเสียงมาก แม้แต่ท่านเจ้าเมืองก็ยังให้ความเคารพ เจ้าแน่ใจหรือว่าต้องการดูปัญหาที่ยากที่สุด”

ฉู่เทียนกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้าน “นำมาให้ข้าดู”

ไม่มีทางเลือกเมิ่งหยิงหยิงหยิบม้วนกระดาษยันต์ขนาดใหญ่ม้วนหนึ่งออกมา ภายในแผ่นกระดาษเขียนแผนภาพที่ซับซ้อนมากเหมือนใยแมงมุม

แค่ดูผ่านๆ ก็ทำให้เกิดอาการวิงเวียนได้แล้ว

“ยันต์แผ่นนี้เป็นยันต์ธาตุดินที่อาจารย์ของข้ากำลังค้นคว้าอยู่ หลังจาก 80% ของการศึกษาอย่างเข้มข้นของเขา เขามาถึงทางตันไม่สามารถดำเนินการต่อไปอีกต่อไป เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีก จึงได้เผยแพร่พิมพ์เขียวออกมาเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ที่จะทำให้เสร็จสมบูรณ์ ในตอนนั้นเพราะอยากรู้ ข้าจึงนำมันกลับมา แต่ดูยังไงข้าก็ไม่เข้าใจ ไม่ต้องพูดถึงการที่จะทำให้มันสมบูรณ์ ข้าแนะนำเจ้าอย่าเสียเวลา นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาจะสามารถเข้าใจได้”

ฉู่เทียนกวาดตามองและกล่าวว่า “นี่เป็นแค่เพียงพิมพ์เขียวระดับ 1 ของยันต์จารึกธาตุ จารึกได้หยาบมาก เป็นยันต์จารึกพื้นฐานขั้นต่ำ ที่ไม่ได้เรื่องและยังไม่สำเร็จ”

เขาใช้เวลาเพียงแค่อึดใจระบุประเภทของยันต์

ช่างเป็นความสามารถที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ

เพราะคนปกติทั่วไปจะใช้เวลาอย่างน้อยหลายวันถึงจะดูออก

เมิ่งหยิงหยิงทั้งตกใจและแปลกใจ “เจ้ารู้จักพิมพ์เขียวนี้มาก่อนใช่หรือไม่”

ฉู่เทียนขี้เกียจอธิบาย “เอาปากกามาให้ข้า”

เมิ่งหยิงหยิงมองด้วยความสงสัยแต่ก็ยังส่งปากกาคริสตัลสีแดงให้ คิดในใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้สามารถเข้าใจพิมพ์เขียวของอาจารย์ได้จริงเหรอ

“ผิดผิดผิด … ผิดนี่ก็ผิด ผิดหมดเลย”

ฉู่เทียนได้ทำวงกลมสีแดงลงบนพิมพ์เขียวหลายจุด

“ข้อผิดพลาดของผังเวทย์ อักษรรูนซ้อนทับกันสับสนอลหม่านไร้สาระที่สุด … .. ผิดตั้งแต่ต้นจนจบทั่วทุกจุด นี่เป็นความผิดพลาดที่สมบูรณ์แบบ ถึงแม้ว่าอาจจารย์ของท่านจะไร้สมอง แต่ข้าก็ยังจะยกย่องเขาเพราะเขามีความกล้าที่จะปล่อยขยะเช่นนี้ออกสู่สาธารณชน”

 

ฉู่เทียนทำเครื่องหมายมากมายจนพื้นที่ในกระดาษยันต์แทบจะไร้ช่องว่าง

“เจ้าเป็นจึงคนไร้สมอง! เจ้าต่อว่าอาจารย์ซางแบบนี้ได้อย่างไร”

ผิดหวัง

ผิดหวังมาก

เธอรู้สึกเหมือนฉู่เทียนเป็นแค่คนโกหก

แม้ว่าฉู่เทียนจะเคยเป็นบุตรหลานตระกูลสูงและชื่อว่าเป็นผู้มีการศึกษา … แต่ก็ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ถึงกับกล้าวิจารย์ และตำหนิอาจารย์ซางหลี่ชิงแบบนี้

ช่างเป็นคนบ้าที่อวดดียะโสโอหังเป็นที่สุด

 

เมิ่งหยิงหยิงเลิกที่จะหวังในตัวของฉู่เทียน และแสดงอาการโกรธอย่างมาก

“ตอนที่พิมพ์เขียวนี้ถูกเปิดเผยออกมา มันจะทำให้เกิดความอลหม่านไปทั่วเมืองเทียนหนาน! อาจารย์ได้ศึกษาการจารึกรูปแบบเวทมนตร์และสร้างยันต์จารึกมานานหลายทศวรรษ มีผลงานโดดเด่นในด้านนี้ เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะบอกว่าเขาไร้สมอง และ … .”

“เฮ้! เจ้ากำลังทำอะไร เจ้าฟังข้าพูดหรือเปล่า เจ้ากำลังวาดรูปอะไรลงไป”

เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ! ฉู่เทียนได้สร้างพิมพ์เขียวใหม่บนด้านหลังของกระดาษ

พิมพ์เขียวที่เขียนขึ้นใหม่มีขนาดไม่ถึงครึ่งหนึ่งของต้นฉบับ อักษรรูนถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ รูนทุกตัวมีผลลัพธ์ที่แม่นยำขยายได้นับพันรูปแบบ ทุกส่วนในพิมพ์เขียวเป็นศิลปะการจารึกที่ยอดเยี่ยม โดยรวมแล้วมันทำให้รู้สึกถึงความสมบูรณ์แบบอย่างเป็นธรรมชาติ

พิมพ์เขียวเดิมทำให้คนรู้สึกเวียนหัวและอึดอัด แต่อันใหม่กลับทำให้มองเห็นเช่นเดียวกับการมองศิลปะ ทั้งสองให้ความรู้สึกต่างกับอย่างกับฟ้าและหุบเหว เมื่อเมิ่งหยิงหยิงจ้องมอง ตาที่สวยงามของเธอเบิกกว้างขึ้นอย่างประหลาดใจ

เธอกล้าที่จะสาบานต่อพระเจ้าว่านี่คือพิมพ์เขียวยันต์ที่สวยที่สุดที่เธอเคยได้เห็นในชีวิตของเธอ มันมีอำนาจลึกลับจับใจคน เป็นรูปแบบจารึกที่เรีบยง่ายแต่สมบูรณ์แบบ

ไม่

ไม่ใช่แค่สมบูณ์แบบ แต่มันสามารถเทียบกับยันต์จารึกขั้นสูงเลยทีเดียว แม้ว่าเมิ่งหยิงหยิงไม่เข้าใจรูปแบบของมัน แต่จากจุดที่มีโครงสร้างและศิลปะจารึกแบบนี้ มันเป็นไปในทิศทางตรงข้ามกับเนื้อหาในตำรา

เมิ่งหยิงหยิงยิ่งมองยิ่งหลงใหล อย่างไม่ตั้งใจเธอก้มลงมองจนลำตัวแนบแบบราบแทบจะนอนไปบนโต๊ะ หน้าอกอวบอิ่มกดลงไปจนเห็นร่องอกลึก มากพอที่จะกระตุ้นจินตนาการของคน

ไม่คิดว่านี่คือขนาดของเด็กที่เพิ่งโตเป็นสาว

เกินจินตนาการจริงๆ เหมือนเห็นอาหารที่น่ากิน แต่กินไม่ได้

ข้าสงสัยจริงถ้าได้สัมผัสจะรู้สึกอย่างไร … (เกรียนแบบเงียบๆ นะเนี่ย)

เมิ่งหยิงหยิงไม่ได้สังเกตเห็นว่าเธอกำลังเปิดเผยมากเกินไปเธอพิจารณาเกือบ 5 นาที แล้วเงยหน้าขึ้นและพูดว่า

“ข้าไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ แต่งานของเจ้าสวยงามมาก”

“ก็แค่ระดับ 1 ของยันต์จารึกเกราะหนังภูผา ข้าได้แก้ไขผังรูปแบบเดิมและปรับปรุงบางส่วน” ฉู่เทียนกล่าว

“แต่ด้วยการออกแบบเดิมของอาจารย์ของเจ้า นี่เป็นผลงานที่เลวร้ายที่สุดที่ข้าเคยทำมา เมื่อเจ้าเอามันออกไปข้างนอก อย่าได้บอกไปละว่ามันสร้างโดยข้า”

อันที่จริงฉู่เทียนไม่ได้กังวลเรื่องชื่อเสียงของเขา แต่เพราะเขาไม่ต้องการเปิดเผยความสามารถของเขาเร็วเกินไปต่างหาก

เมิ่งหยิงหยิงพยักหน้าทันทีถึงแม้เธอจะไม่เจ้าใจฉู่เทียนเท่าไหร่ก็เถอะ

เมื่อ 42,000 ปีที่ก่อน มนุษย์ค้นพบวิธีที่จะฝึกฝนพลังเวทมนต์ ทำให้มนุษย์สามารถที่จะตั้งหลักปักฐานบนแผ่นดินนี้ได้

เมื่อ 25,000 ปีที่ผ่านมาแล้วมนุษย์ได้ค้นพบความลับของการจารึกเวทมนต์ ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาด้านเวทมนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อเกิดอารยธรรมที่สามารถเปลี่ยนจากชนเผ่าไปสู่จักรวรรดิได้

ถัดมาเมื่อ 14,200 ปีก่อนมนุษย์เริ่มเรียนรู้การจัดทำเวทย์ยุทธภัณฑ์ สงครามปะทุขึ้นและจักรวรรดิเติบโตขึ้น ยุทธภัณฑ์เวทย์กลายเป็นอาวุธสำคัญที่สุดของผู้ฝึกตนและกองทัพ และกลายเป็นความแข็งแรงของจักรวรรดิการค้นพบการสร้างยุทธภัณฑ์ก่อให้เกิดความโกลาหล
ผู้เชี่ยวชาญคือตัวแทนของความมั่งคั่ง เกียรติยศและศักศรีไร้ที่สุด

เมิ่งหยิงหยิงแค่คิดง่ายๆ สิ่งเดียวที่เธอกำลังกังวลคือ เจ้าคนลึกลับคนนี้จะเชื่อถือได้หรือไม่ การบ้านแสนยากที่ทำให้เธอกินไม่ได้นอนไม่หลับมาเป็นเดือน จะถูกต้องจริงหรือเปล่า ในใจของเธอมีแต่เรื่องนี้เท่านั้น เธอนั่งลงที่ด้านข้างของโต๊ะ มองอย่างกังวลว่าฉู่เทียนจะขี้เกียจทำงานส่วนที่เหลือให้เธอ เธอสังเกตเห็นว่า แม้ว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่หนักและลึกซึ้ง หรือแม้เป็นปัญหาพื้นฐานง่ายๆ สำหรับฉู่เทียนแล้วมันแทบไม่ต่างกับการหยิบขนมเข้าปาก

เขาเหมือนกับคนที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นพัน ๆ ครั้ง และการกระทำของเขาเหมือนกับรู้คำตอบทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับไม่ต้องใช้ความคิดใดๆ ทั้งสิ้นความสมบูรณ์แบบของอักษรรูน การผังเวทย์ไร้ที่ติ ทั้งหมดจัดเรียงซับซ้อนแต่กลับผสมผสานอย่างพิถีพิถันอย่างลงตัว มันต้องไม่ใช่การทำแบบสุ่มๆ แน่นอน

ฉู่เทียนเหมือนกับนักวาดภาพมืออาชีพ ที่วาดภาพในจินตนาการอย่างลื่นใหลเป็นธรรมชาติ มีทั้งความมั่นใจและความเป็นอิสระ แข็งแกร่งกล้าหาญแต่ยังไว้ซึ่งความสวยงาม

เมิ่งหยิงหยิงจ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ ครี่งชั่วโมงผ่านไปการบ้านของเธอกองใหญ่กว่า 100 แผ่นเสร็จหมดเรียบร้อย ทำให้เธอมีความสุขมาก
ฉู่เทียนเหยียดแขนขาบิดขี้เกียจ “เอ้อ..น่าเบื่อ! ข้าง่วงนอนจริงๆ”

นี่เรื่องจริงใช่มั้ยนี่ ! เธอไม่ได้ฝันไป ฉู่เทียนทำการบ้านเจ้าปัญหาที่เธอคิดไม่ตกมาทั้งเดือน เสร็จเพียงแค่ 1 ชั่วโมง

เมิ่งหยิงหยิงเหมือนตกอยู่ในความฝัน จนต้องหยิกขาตัวเอง

“งานง่ายๆ ที่น่าเบื่อ เจ้าต้องการให้ข้าช่วยอย่างอื่นอีกไหม” ฉู่เทียนถามขณะจ้องมองขาเรียวสวยของหญิงสาว

“นวดตัว ช่วยอาบน้ำถูตัว หรือออกกำลังกายบนเตียง ข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์มาก เจ้าต้องการจะลองดูไหม”

“ไม่มีทาง” เมิ่งหยิงหยิงตะโกน ขณะแก้มขึ้นสี

“น่าเสียดาย งั้นข้าคงต้องกลับแล้ว”

“กลับไปใหน” เมิ่งหยิงหยิงรีบถามกลับ

ฉู่เทียนขะหมวดคิ้ว “เจ้าก็รู้ว่าข้ามีฐานะเป็นเชลยในตลาดทาส ข้าเหนื่อยมาหลายวันแทบไม่ได้หลับได้นอน มีสาวสวยและที่นอนที่ดีๆ อย่างนี้ได้หลับสักตื่นก็คงดี”

“อะไรเจ้าต้องการจะนอนที่นี่กับข้า ” ผู้ชายคนช่างบ้าจริงๆ

“เพ้ย เจ้าช่างปากเสียไร้สาระจริงๆ” เมิงหยิงหยิงด่า แล้วพูดข้อเสนอบางอย่าง

” ในเมืองนี้มีคนที่อยู่ในสถานะเลวร้ายมากมาย เอาอย่างนี้ข้าจะขอบัตรระบุตัวตนให้กับเจ้า เจ้าจะกลายเป็นผู้ฝึกงานคนใหม่ในของตระกูลของข้า ที่บ้านมีห้องว่างอยู่ เจ้าเอากุญแจนี้ไป”

หญิงสาวคนนี้แน่ใจนะว่ามีความคิด

ฉู่เทียนรับกุญแจมาเมื่อกำลังเดินจะออกไป เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากลานข้างนอก

“มีคนกำลังมาที่นี่” เขาบอก

เมิ่งหยิงหยิงมองไปที่เตียงนอน แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

“ต้องเป็นท่านพี่ของข้าแน่” เร็วเข้าเจ้าต้องรีบซ่อนตัวก่อนเดียวนี้

 


Top